วันนี้ (2 พ.ย.61) นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2561 รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ได้ออกประกาศผลการพิจารณาโครงการทบทวนสิทธิพิเศษทางภาษี หรือ จีเอสพี (GSP) สหรัฐประจำปี 2560 (Annual GSP Product Review) โดยได้ตัดสิทธิ จีเอสพี สินค้าจาก 15 ประเทศ ซึ่งมีไทยรวมอยู่ด้วย
ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกา ตัดสิทธิ จีเอสพี สินค้าไทย 11 รายการ ประกอบด้วย ดอกกล้วยไม้สด, ทุเรียนสด, มะละกอตากแห้ง, มะขามตากแห้ง, ข้าวโพดปรุงแต่ง, ผลไม้/ถั่วแช่อิ่ม, มะละกอแปรรูป, แผ่นไม้ปูพื้น, เครื่องพิมพ์, เครื่องซักผ้า และขาตั้งกล้องถ่ายรูป
โดยกรมการค้าต่างประเทศตรวจสอบพบว่า จากสถิติการนำเข้าสินค้าขาตั้งกล้องถ่ายรูป มีส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐอเมริกา มีเพียง 19.80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ส่วนแบ่งตลาด 50 ดังนั้นสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี จึงได้แจ้ง ไปยังสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (US Trade Representative) ขอให้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง
สำหรับสินค้าจำนวน 11 รายการที่ถูกตัดสิทธิ มีอยู่ 10 รายการ ที่มีส่วนแบ่งตลาดเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่อีก 1 รายการ คือ เครื่องซักผ้า ถูกตัดสิทธิเพราะ มีมูลค่าการนำเข้าเกิน 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาต่อปี สะท้อนว่าสหรัฐมีอเมริกาความต้องการสินค้าไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งการที่สหรัฐอเมริกา ตัดสิทธิ จีเอสพี จะทำให้ผู้นำเข้าต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตราปกติระหว่าง 1-8 เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ตามการถูกตัดสิทธิดังกล่าว คิดเป็นมูลค่ารวม 46 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือเพียง 1.1 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าการใช้สิทธิ จีเอสพี สหรัฐอเมริกาทั้งหมด ซึ่งในปี 2560 สหรัฐอเมริกาให้สิทธิ จีเอาพี แก่สินค้าไทยจำนวนกว่า 3,400 รายการ คิดเป็นมูลค่ารวม 4,150.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา และยังมีอีก 14 ประเทศที่ก็ถูกตัดจีเอสพี เช่นกัน ดังนั้น หากผู้ผลิตไทยสามารถผลิตป้อนตลาดสหรัฐอเมริกา ทดแทนการนำเข้าจากประเทศที่ถูกตัดสิทธิ ก็จะเป็นช่องทางหนึ่งที่ไทยสามารถเปิดตลาดและขยายการส่งออกสินค้าประเภทใหม่ ๆ ไปยังตลาดสหรัฐอเมริกาได้