ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้ามืดของทุกวัน ครอบครัวยายฟู คงดั่น จะเริ่มตั้งไฟ อุ่นกะทิ แล้วเทข้าวเหนียว และน้ำตาลทราย ลงไปกวน เพื่อให้ข้าวเหนียวดูดซึมวัตถุดิบในระดับหนึ่ง ก่อนจะส่งไปขั้นตอนของการห่อ โดยการนึ่งข้าวต้มมัด ใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง สลับใช้ไฟอ่อน และไฟแรง เพื่อให้ข้าวนุ่มกำลังดี ซึ่งตลอดวัน ทั้ง 19 ชีวิตในครอบครัว จะสลับกันทำหน้าที่ตนถนัด เพื่อเร่งจัดส่งขนม ไปยังสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ก่อนเวลา 01.00 น. ของแต่ละวัน
จุดเริ่มต้น ของการที่ ข้าวต้มมัด เจ้านี้ ถูกนำไปเสิร์ฟบนห้องรับรองของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ต้องย้อนกลับไปในปี 2546 ที่ นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เจ้าของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ไปวิ่งออกกำลังกาย ที่สวนลุมพินี แล้วเห็น คุณยายฟู หรือ นางฟู คงดั่น กำลังขายขนม แต่ขณะนั้นยายฟู ไม่มีเงินแม้จะจ่ายค่าเช่าที่ บางครั้งต้องวิ่งหนีเทศกิจจนหกล้ม ใช้วิธีหาบขนมไปหลบไว้ใต้ต้นไม้ แล้วเรียกลูกค้าอยู่หน้าฟุตบาท เมื่อลูกค้าสั่งค่อยไปหยิบขนมมาให้
นายแพทย์ปราเสริฐ เห็นถึงความมานะพยายาม บวกกับได้ลองลิ้มชิมรสของข้าวต้มมัดที่รสชาติไม่เหมือนใคร จึงกลับมาขอให้ ยายฟู ผลิตข้าวต้มมัดส่งให้ผู้โดยสารได้รับประทานด้วย
จากปี 2546 ยายฟูต้องนั่งรถเมล์ หอบขนม รวมกว่า 10 กิโลกรัม เดินทางไปส่งขนมที่สนามบินดอนเมืองทุกวัน ผ่านมา 15 ปี กำลังจากผลิตเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 200 กิโลกรัม ต่อวัน มีทั้ง ข้าวต้มมัด ขนมเทียน และขนมใส่ไส้ เพื่อรับรองผู้โดยสารของบางกอกแอร์เวย์ส ทั้ง 10 แห่ง ในประเทศ และต่างประเทศ
โดย 2 ปีก่อนยายฟู ป่วยจากอาการเส้นเลือดในสมองตีบ รักษาตัวในโรงพยาบาลเกือบ 1 เดือน นายแพทย์ปราเสริฐ ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด จนมาวันนี้ สุขภาพยายฟู ในวัย 82 ปี ไม่แข็งแรง จึงต้องหยุดห่อขนม และถ่ายทอดสูตรขนมให้กับ ลูก หลาน ไว้แทน ทำให้ทุกคนในครอบครัวมีอาชีพที่มั่นคง สุขสบายขึ้น
แม้ปัจจุบัน จะมีสายการบินอื่น หรือ โรงแรมดังๆ ยื่นข้อเสนอต่าง ๆ ให้มากมายกับครอบครัวนี้ เพื่อขอให้ส่งข้าวต้มมัดไปบริการลูกค้าบ้าง แต่ทุกคนในครอบครัวก็พร้อมใจ กันปฎิเสธ เพราะอยากให้ข้าวต้มมัดสูตรนี้ เป็นเอกลักษณ์ของบางกอกแอร์เวย์ส เพียงเจ้าเดียว
วงศธร โตพงษ์เกษม ถ่ายภาพ
มาสิรี กล่อมแก้ว รายงาน