วันนี้ (20 พ.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมคิด สมศรี อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน หลังรับฟังความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการเฝ้าระวัง และป้องกันการตายผิดธรรมชาติของเด็ก กรณีมวยเด็ก ซึ่งได้เสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก เพื่อให้เป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก โดยที่ประชุมไม่เห็นด้วยที่ให้เด็กชกมวย เพราะเด็กมีหน้าที่เรียนหนังสือ ไม่ใช่หาเงินเลี้ยงครอบครัว และการที่ให้เด็กชกมวยหาเงิน ยังขัดต่อ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ด้วย ซึ่งหมายความว่าจะครอบคลุมถึงเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี จึงขอเตือนไปยังผู้จัดมวยเด็กว่าหากฝ่าฝืนจะมีความผิดเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็ก รวมถึงครอบครัวเด็กจะถูกดำเนินคดีเช่นกัน ไม่ว่าเด็กจะชกมวยด้วยความยินยอมก็ตาม
อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าวว่า การให้เด็กชกมวย ยังขัดต่ออนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ 2 ฉบับ ที่ไทยเป็นรัฐภาคี คือฉบับ 138 ว่าด้วยอายุขั้นต่ำที่อนุญาตให้จ้างงานได้ พ.ศ.2516 ที่กำหนดอายุขั้นต่ำ 15 ปี ส่วนการชกมวยเพื่อการเล่นกีฬา สามารถทำได้ ต้องมีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายตามมาตรฐานและมีผู้ควบคุม แต่สิ่งที่น่ากังวลก็คือ หลายครั้งที่กีฬามวยก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหารายได้ และใช้เพื่อการพนัน ซึ่งเป็นโจทย์ที่หน่วยงานรัฐต้องหาทางแก้ไข และสร้างเงื่อนไขให้ชัดเจนว่า การชกมวยเพื่อการเล่นกีฬามีข้อจำกัดอะไรบ้าง
ทั้งนี้ส่วนความคืบหน้าการสอบข้อเท็จจริงกรณีเด็กชายอนุชา ทาสะโก หรือ เพชรมงคล ส.วิไลทอง นักมวยเด็ก อายุ 13 ปี ที่เสียชีวิตจากอาการเลือดคั่งในสมอง หลังแพ้น็อคคู่ชก อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ระบุว่า ผลสอบออกมาแล้ว เตรียมแถลงข่าวภายในสัปดาห์นี้ ส่วนจะเอาผิดกับใครบ้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ