การศึกษาครั้งนี้ เป็นการต่อยอดมาจากเทคนิกที่เรียกว่า “stratospheric aero injection” หรือ “SAI” หรือ การพ่นสารเคมีที่เป็นอนุภาคของ “ซัลเฟต”ไว้บนชั้นบรรยากาศของโลก เพื่อลดการส่องแสงและรังสีจากดวงอาทิตย์ มายังพื้นโลกให้น้อยลง
แต่ขั้นตอนหรือวิธีการนำอนุภาคซัลเฟต ขึ้นไปพ่นบนชั้นบรรยากาศนั้น เป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองมาก และต้องใช้อุปกรณ์หลายอย่าง เช่นสายท่อขนาดใหญ่ ปืนใหญ่ หรือ แม้แต่ใช้เครื่องบินขึ้นไปพ่นสารเคมี ซึ่งถ้าโครงการนี้เริ่มต้นขึ้นในอีก 15 ปีนับจากนี้ ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น น่าจะสูงถึง 3,500 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1 แสน 1 หมื่น 5 พันล้านบาท ส่วนค่าใช้จ่ายต่อปีหลังจากนั้น จะอยู่ที่ 2,250 ล้านดอลลาร์ หรือเท่ากับ 7 หมื่น 4 พันล้านบาท
แต่วิธีนี้ก็ยังมีข้อเสียตามมานั่น คือ การพ่นสารเคมีแม้จะสามารถลดปริมาณแสงอาทิตย์ ให้ส่องลงมายังโลกน้อยลงครึ่งหนึ่ง แต่ก็มีคำถามว่า มันจะไปปิดกั้นไม่ให้ก๊าซเรือนกระจกเช่น ก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ ลอยออกไปนอกโลกได้ ซึ่งจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก
เท่านั้นยังไม่พอ การพ่นสารเคมีอาจส่งผลข้างเคียงอื่นๆ อีกเช่น ทำให้เกิดภาวะแห้งแล้งในส่วนอื่นๆ ของโลก สภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างหนัก รวมถึงทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดน้อยลง
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้