รายการ“เป็นเรื่องเป็นข่าว” ทางสถานีโทรทัศน์ PPTV จัดรายการในตอน “ข้องใจ! “2 ขวบ” ตายในไร่อ้อย” โดยมีผู้ร่วมรายการคือ นายรณรง แก้วเพ็ชร์ เครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม โดยเขาระบุว่า แม่ของ “ซู ลุย ผิว” ติดใจว่าทำไมไม่ให้เข้าไปดูที่เกิดเหตุ เพราะที่ผ่านมาลักษณะนี้พ่อแม่มักได้เข้าไปดู และที่เขาสงสัยคือตอนที่เอาศพไปผ่า ทำไมไม่แจ้งเขาให้ทราบ เขาคาใจอีกด้วยว่ามีการเอาศพไปวางไว้หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยตรวจในพื้นที่นี้ไปแล้วแต่ก็ไม่พบอะไร นอกจากนี้พ่อแม่ยังบอกว่าเด็กเกิดมาก็มีขาไม่เท่ากัน เป็นโปลิโอแล้วทำไมไปได้ตั้งไกล
ข่าววันนี้ : พ่อแม่ “เด็ก2ขวบ” ยังติดใจสาเหตุการตาย
ข่าววันนี้ : เป็นเรื่อง! “ทนาย” ไม่เชื่อ “เด็ก 2 ขวบ” เดินได้ไกลในป่าอ้อย อาจถูกฆ่าแล้วโยนศพทิ้ง!
นายรณรงค์กล่าวต่อว่าแม้ว่าสุดท้ายจะบอกว่าไม่พบร่องรอย เด็กอาจจะไม่ถูกทำร้ายรุนแรงแต่ก็ตอบคำถามไม่ได้ว่าไปโผล่ที่ตรงนั้นได้อย่างไร ใครพาไป ซึ่งตอนนี้ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดออก
ขณะที่ น.พ.วรวีร์ ไวยวุฒิ ผอ.กองสารพันธุกรรม สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เปิดเผยว่ากระบวนการเท่าที่ได้ทำช่วงแรกเราได้ตรวจสภาพศพภายนอก หลังจากได้รับร่าง จากนั้นก็ถ่ายรูปและนำศพเข้าเครื่องซีทีสแกน และมีการชันสูตรโดยมีแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาตร์ ผู้เชี่ยวชาญจากรามาฯและจุฬา โดยเราเข้าไปตรวจในส่วนที่เป็นข้อสงสัย จากการชันสูตรก็สอดคล้องกับสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าเป็นการเสียชีวิตจากการทำร้าย หรือไม่พบข้อบ่งชี้ที่ถูกทับโดยรถแทรกเตอร์ หรือรถไถ นอกจากนี้เรื่องกระดูกหรือขาที่ผิดรูป การผิดรูปดังกล่าวเกิดจากการเน่า ทำให้เยื่อข้อต่อสลายไป และมีเรื่องสัตว์กัดแทะ แต่เป็นการกัดแทะหลังตาย จึงทำให้สภาพศพเข้าใจว่าไปเป็นการผิดรูป
นพ.วรวีร์ ที่บอกว่าถูกกัดหลังเสียชีวิต เพราะไม่เจอรอยช้ำหรือเลือดออกในแผลทำให้บอกได้ว่าเกิดขึ้นภายหลังและเกิดจากการเน่า
นพ.วรวีร์กล่าวว่าส่วนสาเหตุการเสียชีวิต จากการชันสูตรครั้งแรกจะบอกได้ดีที่สุด แต่ประเด็นที่สงสัยสามารถตอบได้ ส่วนเรื่องจมน้ำ การชันสูตรสอดคล้องกับครั้งแรกคือไม่พบสิ่งแปลกปลอมเช่นดินโคลน พันธุ์ไม้น้ำที่เรามักพบในการจมน้ำ แต่เราตรวจได้แค่หลอดลม ส่วนปอดสถาบันนิติเวชเป็นผู้ตรวจไว้ นอกจากนี้ยังไม่พบรอยกระโหลกแตกร้าว
นายรณรงค์กล่าวว่ากำลังงงว่าเด็กไม่ได้จมน้ำตาย แล้วเด็กตายได้อย่างไร