กรณีเด็กวัย 2 ขวบ 2 เดือน เสียชีวิตหลังเดินทางไปถึงสถานรับเลี้ยงเด็กได้เพียงประมาณ 18 นาที สร้างความคาใจให้กับครอบครัวที่ยังต้องการคำตอบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นได้อย่างไร
นายแพทย์ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤต โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เจ้าของเพจ “หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า” ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลทางการแพทย์เพียงพอที่จะระบุสาเหตุการเสียชีวิตได้
โดยในสถานการณ์ลักษณะนี้ ไม่ควรด่วนสรุปหรือฟันธงว่าเกิดจากความผิดพลาดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จนกว่าจะมีหลักฐานทางการแพทย์ที่ชัดเจน
จากข้อมูลที่มีการระบุเบื้องต้นว่า “หัวใจล้มเหลว และไม่มีบาดแผลภายนอก” แพทย์อธิบายว่า ข้อความดังกล่าว ยังไม่สามารถใช้ระบุสาเหตุการเสียชีวิตได้ เพราะคำว่า “หัวใจล้มเหลว” เป็นเพียง ผลสุดท้ายที่เกิดขึ้นก่อนเสียชีวิต ไม่ได้บอกว่าต้นเหตุคืออะไร ส่วนการไม่พบบาดแผลภายนอก ก็หมายถึงยังไม่เห็นความผิดปกติจากภายนอกเท่านั้น แต่ไม่ได้ตัดสาเหตุภายในร่างกายออกไป
สาเหตุที่อาจทำให้หัวใจล้มเหลวเฉียบพลันในเด็ก ในทางการแพทย์ ภาวะที่ทำให้เด็กเกิดการทรุดลงอย่างรวดเร็วจนหัวใจล้มเหลว มักเกี่ยวข้องกับ ภาวะขาดออกซิเจน (Hypoxia) ซึ่งมีหลายสาเหตุ เช่น การสำลักสิ่งแปลกปลอม ไม่ว่าจะเป็นเศษอาหาร ของเล่น หรือวัตถุชิ้นเล็ก ๆ ที่เด็กหยิบเข้าปากแล้วอุดทางเดินหายใจ ภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea)
ในกรณีข่าวมีการกล่าวถึงว่าเด็กอาจมีลักษณะตัวใหญ่และมีอาการกรน แต่แพทย์ระบุว่า ต้องพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติม เช่น กรนดังมากแค่ไหน มีช่วงหยุดหายใจหรือไม่ มีอาการสะดุ้งตื่นหรือหายใจเฮือกหรือไม่ โดยทั่วไป หากเกิดภาวะขาดออกซิเจนระหว่างการนอน ร่างกายมักจะมีปฏิกิริยาตอบสนอง เช่น สะดุ้งตื่นหรือหายใจเฮือก ไม่ใช่หยุดหายใจยาวต่อเนื่องจนหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้ง่าย ๆ
“การทารุณกรรมเด็ก” เป็นประเด็นที่ต้องพิจารณา แต่ไม่ใช่ข้อสรุป อีกประเด็นที่แพทย์ระบุว่า “ตัดออกไม่ได้” คือ การทารุณกรรมเด็กโดยย้ำชัดว่า ไม่ใช่การกล่าวหาโรงเรียน แต่ในทางการแพทย์ หากเด็กเสียชีวิตเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ ต้องพิจารณาประเด็นนี้ร่วมด้วยเสมอเนื่องจากการทารุณกรรมบางรูปแบบอาจไม่ทิ้งร่องรอยภายนอก เช่น การกดใบหน้าหรือจมูกจนขาดอากาศหายใจ หรือการเขย่ารุนแรงจนเกิดเลือดออกในสมอง ชัก และหยุดหายใจได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ร้องไห้ง่ายหรือเลี้ยงยาก
กระแส “ร้องไห้จนเสียชีวิต” ไม่สอดคล้องทางการแพทย์
สำหรับกระแสสังคมที่ระบุว่าเด็กอาจ “ร้องไห้จนเสียชีวิต” แพทย์ระบุชัดว่า ไม่มีภาวะดังกล่าวในทางการแพทย์ แม้เด็กบางคนอาจมีภาวะ “ร้องไห้แล้วกลั้นเขียว (breath-holding spell)” ทำให้หมดสติชั่วคราวหรือปากเขียวได้ แต่โดยทั่วไป ร่างกายจะกลับมาหายใจได้เอง และไม่ทำให้เกิดการหยุดหัวใจถาวร ดังนั้น การอธิบายว่า “ร้องไห้จนเสียชีวิต” จึงไม่สอดคล้องกับความเข้าใจทางการแพทย์ในปัจจุบัน
หมอม็อดย้ำว่า สาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ต้องอาศัยผลชันสูตร เช่น หากพบสิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจ อาจชี้ไปที่การสำลักหากพบความผิดปกติในสมองหรืออวัยวะอื่น อาจนำไปสู่สาเหตุที่แตกต่างกัน ดังนั้นในขณะนี้ ยังเร็วเกินไปที่จะสรุป และยังต้องรอข้อเท็จจริงทางการแพทย์อย่างครบถ้วน
โดยขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้องด้วยนะครับ ส่วนสาเหตุที่แท้จริง คงต้องปล่อยให้ผลชันสูตรจากแพทย์เป็นคนตอบ ยกตัวอย่างเช่นถ้าชันสูตรออกมาแล้วพบสิ่งแปลกปลอมอยู่ในทางเดินหายใจ ก็อาจสรุปได้ว่าน้องขาดอากาศหายใจจากการสำลักหรือถ้าพบเลือดออกในสมองอันนี้ก็อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งได้เช่นกัน ดังนั้นตอนนี้คงเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเกิดอะไรขึ้นแน่และคงต้องรอข้อเท็จจริงทางการแพทย์ให้ครบก่อน