นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ แพทย์เฉพาะทางโรคระบบทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็ก โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เจ้าของเพจ "หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า" แสดงความคิดเห็นถึงกรณีการตรวจคัดกรองนักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งมีรายงานว่าจากนักศึกษาจำนวน 12,733 คน พบผู้มีผลตรวจเป็นบวกต่อพยาธิใบไม้ตับ 4,233 คน หรือคิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของนักศึกษาทั้งหมด โดยระบุว่า หากผลดังกล่าวได้รับการยืนยันว่าเป็นการติดเชื้อจริง จะถือเป็นเรื่องใหญ่ด้านสาธารณสุข
หมอม็อดอธิบายว่า ประเด็นแรกที่ประชาชนควรทำความเข้าใจคือ ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าผู้ที่มีผลตรวจเป็นบวกทั้ง 4,233 คน ติดพยาธิใบไม้ตับจริงทุกคนหรือไม่ เนื่องจากการตรวจครั้งนี้ใช้ชุดตรวจจากปัสสาวะเพื่อคัดกรองเบื้องต้น ซึ่งมีข้อดีคือสามารถตรวจได้อย่างรวดเร็วและรองรับการตรวจคนจำนวนมากในเวลาอันสั้น
แม้ว่าผู้พัฒนาชุดตรวจจะรายงานว่ามีความแม่นยำมากกว่า 90% จึงถือเป็นเครื่องมือคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ แต่ผลที่ได้ยังเป็นเพียงการตรวจคัดกรอง เพื่อค้นหาผู้ที่ "อาจ" ติดเชื้อเท่านั้น ผู้ที่มีผลเป็นบวกจำเป็นต้องได้รับการตรวจยืนยันด้วยการตรวจอุจจาระหาไข่พยาธิ ซึ่งเป็นมาตรฐานในการวินิจฉัยโรค ดังนั้น จึงยังต้องรอผลตรวจยืนยันก่อนจึงจะสามารถสรุปจำนวนผู้ติดเชื้อที่แท้จริงได้
ประเด็นที่ 2 หากผลตรวจยืนยันพบว่ามีนักศึกษาติดพยาธิใบไม้ตับจริง จะถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก ไม่ใช่เพียงเพราะมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก แต่เนื่องจากพยาธิใบไม้ตับเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคมะเร็งท่อน้ำดี หมอม็อดอธิบายว่า พยาธิใบไม้ตับสามารถอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี ความเสียหายที่สะสมอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งท่อน้ำดีได้
ประเทศไทย โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่พบอัตราการเกิดมะเร็งท่อน้ำดีสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งสาเหตุสำคัญประการหนึ่งมาจากการติดพยาธิใบไม้ตับจากการรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือปรุงไม่สุก
หากผลตรวจยืนยันว่ามีผู้ติดเชื้อจริงจำนวนมาก นอกจากต้องเร่งรักษานักศึกษาที่ติดเชื้อแล้ว ยังควรขยายการตรวจคัดกรองไปยังครอบครัวและชุมชน เนื่องจากหากพบผู้ติดเชื้อในกลุ่มนักศึกษาจำนวนมาก ก็มีความเป็นไปได้ว่าพ่อแม่ ญาติพี่น้อง และคนในชุมชนเดียวกัน อาจมีผู้ติดเชื้ออีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อ
การค้นหาและรักษาผู้ติดเชื้อตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งท่อน้ำดีในอนาคตได้
หมอม็อด กล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่ว่าผลตรวจยืนยันจะออกมาเป็นอย่างไร เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าพยาธิใบไม้ตับยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่ประเทศไทยต้องให้ความสำคัญ โดยวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการรับประทานอาหารที่ปรุงสุก หลีกเลี่ยงการรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือปรุงไม่สุก เพราะการป้องกันตั้งแต่วันนี้ อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งท่อน้ำดีในอนาคตได้
พร้อมย้ำทิ้งท้ายว่า "ปลาร้าดิบอาจแซ่บปาก แต่ลำบากท่อน้ำดี และหากต้องแลกกับความเสี่ยงต่อมะเร็งท่อน้ำดี ก็ไม่คุ้มค่า"