นายแพทย์ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ หมอเด็กเฉพาะทางโรคทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤต โรงพยาบาล สมิติเวช สุขุมวิท เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า โพสต์เตือนผู้ปกครอง ว่าการ ทิ้งเด็กไว้บนรถ ไม่ต่างอะไรกับการจับเด็กเข้าเตาอบที่สามารถทำให้เด็กเสียชีวิตได้
หมอม็อด ระบุว่าหลายคนไม่รู้ว่าอุณหภูมิในรถที่จอดตากแดดสามารถสูงขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่นาทีแม้อากาศข้างนอกร้อนแค่ไหน แต่อุณหภูมิในรถสามารถสูงกว่าข้างนอกได้มากถึง 20°C
สิ่งที่อันตรายที่สุดคือ…“เด็กระบายความร้อนได้แย่กว่าผู้ใหญ่” ร่างกายเด็กจะร้อนขึ้นเร็วมาก จนเกิดภาวะ “ฮีทสโตรก” (Heat stroke) หรือภาวะที่ความร้อนทำลายสมอง หัวใจ และอวัยวะต่างๆ จนเสียชีวิตได้ ที่น่ากลัวคือ การเปิดกระจกแง้มไว้เล็กน้อย แทบไม่ช่วยลดอุณหภูมิในรถเลย เพราะความร้อนยังคงสะสมต่อเนื่องเหมือนเดิม เด็กที่ติดอยู่ในรถ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และยิ่งอยู่ในรถนาน อุณหภูมิร่างกายก็จะยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ช่วงแรก ร่างกายจะพยายามระบายความร้อนด้วยการมีเหงื่อออก แต่เมื่อร่างกายเริ่มควบคุมอุณหภูมิไม่ได้ จะเข้าสู่ภาวะอันตราย เช่นตัวร้อนจัด หน้าแดง ซึม ไม่ตอบสนอง หายใจเร็ว ชีพจรเร็ว ชัก หรือหมดสติ บางรายเสียชีวิตได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง
สาเหตุที่เด็กติดอยู่ในรถ พบบ่อยจาก
- ผู้ปกครอง “ลืม” เด็กไว้ในรถ
- เด็กแอบเข้าไปเล่นในรถเอง
- ความเข้าใจผิดว่า “จอดไม่นานคงไม่เป็นไร” แต่ความจริงคือ… ไม่มีคำว่า “แป๊บเดียว” สำหรับเด็กที่อยู่ในรถร้อน
วิธีป้องกันที่สำคัญที่สุด
- ตรวจเบาะหลังทุกครั้งก่อนล็อกรถ
- ห้ามทิ้งเด็กไว้ในรถตามลำพัง แม้เพียงไม่กี่นาที
- ล็อกรถทุกครั้งเมื่อจอด
- เก็บกุญแจรถให้พ้นมือเด็ก
- วางของสำคัญไว้เบาะหลัง เช่น โทรศัพท์ หรือกระเป๋า เพื่อเตือนให้หันไปมอง
ถ้าพบเด็กติดอยู่ในรถ ต้องรีบช่วยทันที
- โทรแจ้ง 191
- รีบนำเด็กออกจากรถให้เร็วที่สุด
- พาเข้าที่ร่มหรือห้องอากาศถ่ายเท
- ลดอุณหภูมิร่างกาย เช่น เช็ดตัว ประคบเย็น เปิดพัดลม
- รีบนำส่งโรงพยาบาล แม้อาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม
หมอม็อด ย้ำว่า ทุกปี เราจะเห็นข่าวเด็กเสียชีวิตในรถซ้ำๆ ทั้งๆที่ นี่คือเหตุการณ์ที่ป้องกันได้เพียงสร้างนิสัยง่ายๆคือ “มองเบาะหลังทุกครั้งก่อนลงจากรถ”เพราะสำหรับเด็กเล็กรถที่ปิดกระจกจอดตากแดดไม่ต่างอะไรกับ “เตาอบเคลื่อนที่” เลย