เมื่อวันที่ (10 ม.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โต้กลับกันไปมาระหว่าง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด กับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ หลังวานนี้อัจฉริยะเดินทางไปกองบังคับการปราบปรามเพื่อสอบถามเรื่องคดีที่นายษิทราแจ้งความไว้ก่อนหน้านี้ และชี้แจงว่าไม่เป็นความจริงก่อนสวนกลับทนายษิทราว่า ให้ชี้แจงเรื่องตัวเองก่อนทั้งเรื่องเรียกรับเงินและคดีหวย 30 ล้าน
วันนี้นายษิทรา เข้าพบกับพลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อร้องเรียนพฤติกรรมเจ้าหน้าที่รัฐที่ให้ข้อมูลแก่บุคคลภายนอกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีนายอัจฉริยะ ให้รองผู้กำกับการสืบสวน สถานีตำรวจภูธรบางปะอิน ค้นข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของบุคคลอื่น เพื่อนำไปเผยแพร่ในสื่อโซเชียล และแก้ไขลงบันทึกประจำวันย้อนหลัง
ส่วนกรณีที่นายอัจฉริยะ แจ้งดำเนินคดีกับนายษิทราในเรื่องต่าง ๆ นายษิทรา บอกว่า ทั้งหมดเป็นสิทธิของนายอัจฉริยะ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นี่เป็นการล้างแค้น ดิสเครดิตกัน หรือไม่ นายษิทราบอกว่า หากนายอัจริยะ ไม่ได้ทำผิดกฏหมาย ก็ไม่สามารถเอาผิดได้ แต่ทั้งหมดที่แจ้งไปไม่สามารถยอมความได้
ด้านพลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง บอกว่า ต้องขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ากระทำผิดจริงก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนประเด็นตำรวจภูธรบางปะอิน ให้นายอัจฉริยะ คัดสำนวนบันทึกประจำวันและทะเบียนราษฎร์ ขณะนี้ทางผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว