จากกรณีหน้าเพจเฟซบุ๊ก “กรมควบคุมมลพิษ” รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ช่วงบ่ายที่ผ่านมาพบว่าเกินค่ามาตรฐานประมาณ 30 จุด ทำให้โรงเรียนหลายแห่งในจุดเสี่ยงสั่งงดทำกิจกรรมกลางแจ้ง และ ผู้ปกครองตื่นตัวกับการให้บุตรหลานสวมหน้ากากป้องกัน เพราะเกรงว่าจะทำให้ระบบลมหายใจและปอดของเด็กป่วยหนักในระยะยาว
หากสังเกตุจากหน้ากากอนามัยที่เด็กนักเรียนโรงเรียนพิบูลย์ประชาสรรค์ เขตดินแดง และ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาเกษตรศาสตร์ เขตบางเขน สวมใส่มาโรงเรียนในวันนี้ สะท้อนการตื่นตัวของผู้ปกครองที่มองว่าฝุ่นละออง PM2.5 เกินค่ามาตรฐานอันตรายต่อสุขภาพของบุตรหลาน เบื้องต้น โรงเรียนทั้ง 2 แห่ง งดทำกิจกรรมเข้าแถวเคารพธงชาติกลางแจ้งแต่เปลี่ยนเป็นในอาคารแทน
จากที่ได้พูดคุย ผู้ปกครองส่วนใหญ่กังวลเรื่องมลพิษในกรุงเทพมหานครจะทำให้เด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้มีอาการหนักขึ้นถ้าไม่ป้องกันไว้ก่อน
ขณะที่การสำรวจบริเวณสวนวชิรเบญจทัศ หรือ สวนรถไฟ เขตจตุจักร พบว่า เป็นอีกหนึ่งจุดที่มีรายงานจากกรมควบคุมมลพิษว่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน ตั้งแต่ช่วงเช้าพบว่ามีคนมาวิ่งออกกำลังกายอยู่ แต่พบว่าลดเวลาวิ่งลงจากเดิม 1 ชั่วโมงเหลือเพียงครึ่งชั่วโมง เพราะรู้สึกหายใจไม่สะดวกเหมือนเดิม และส่วนใหญ่พบว่าไม่ใส่หน้ากากอนามัยN95
ทั้งนี้มาตรการหนึ่งที่กรมควบคุมมลพิษเตรียมทำคือการหารือกับกรมฝนหลวงเพื่อพิจารณาสภาพอากาศ ความชื้น ทิศทางลมเพื่อทำฝนเทียมแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 หากวันพรุ่งนี้ทุกอย่างเหมาะสม นายประลอง ดำรงไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษยืนยันว่าจะเดินหน้าโปรยสารเคมีบริเวณปริมณฑลเพื่อทำฝนเทียมแก้ปัญหาทันที
ส่วนสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ช่วงบ่ายากรมควบคุมมลพิษรายงานว่า สถานีวัดคุณภาพอากาศพบฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน เกินมาตรฐานอยู่ประมาณ 30 จุด ในนั้นมีโรงเรียนหลายแห่งที่อยู่ใจกลางมลพิษ ทำให้นายชลำ อรรถธรรม โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนต่างๆให้ประเมินสถานการณ์ หากพื้นที่ใดอยู่ในพื้นที่เสี่ยง อาจพิจารณา ยกเลิกกิจกรรมเข้าแถวกลางแจ้งช่วงเล้า เพื่อดูแลสุขภาพของเด็กนักเรียน