กรณีที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่25 กองกำลังเทพสตรี ควบคุมตัว นายธีรพล ปิ่นอมร ผู้ต้องหายิง นางกัญญารัตน์ กิ่งแก้ว ภรรยา พ่อตา แม่ยาย และญาติเสียชีวิต 5 ศพ ได้ที่บริเวณรอยต่อชุมพร-ระนอง ขณะกำลังจะหลบหนีเข้ามายังพื้นที่ จ.ระนอง เพื่อจะหลบหนีข้ามฝั่งไปยังประเทศเมียนมาร์ จากการตรวจค้นในตัวพบปืนพกสั้น 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนกว่า 50 นัด เงินสดเกือบ 2 หมื่นบาทและสร้อยทองคำ 5 บาท
สอบปากคำเบื้องต้น นายธีรพล เปิดเผยเส้นทางการหลบหนีว่าหลังก่อเหตุแล้ว ได้ขับรถหลบหนีจ.อุตรดิตถ์ มาพักที่โรงแรมเมญ่า อ.เมืองพิษณุโลก ก่อนจอดทิ้งไว้หน้าห้องพักหมายเลข 9 แล้วทำทียืมรถจักรยานยนต์แม่บ้านของโรงแรมหลบหนีมาที่คลอง 6 จ.ปทุมธานี
จากนั้นเรียกเพื่อนให้ขับรถมารับมุ่งหน้าไปยัง จ.ระนอง โดยนั่งมาที่เบาะหลัง ซึ่งสามารถผ่านด่านตรวจได้ทุกด่าน และให้เพื่อนส่งลงที่สวนปาล์มรอยต่อชุมพร-ระนอง และว่าจ้างวัยรุ่นในพื้นที่พาข้ามฝั่งไปยังประเทศเมียนมาร์ จำนวน 4,000 บาท แต่ถูกทหารควบคุมตัวได้ก่อน พร้อมกับผู้สนับสนุนให้ที่พักอีก 4 คน เบื้องต้นพบมีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติดด้วย
ทั้งนี้ล่าสุดตำรวจและทหารนำตัวนายธีรพล ขึ้นเครื่องบินของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่งตัวผู้ต้องหาไปยัง จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุและถึงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนดำเนินการขังไว้ที่สถานีตำรวจ ก่อนจะปฏิเสธ และขอให้การในชั้นศาล
ด้านพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมลงพื้นที่สอบปากคำ นายธีรพล โดยให้น้ำหนักประเด็นชู้สาว และความหึงหวง ซึ่งทั้งสองคนอยู่กินกันมานานกว่า 1 ปี แต่มีปากเสียงใช้ความรุนแรงกันเป็นระยะ เพราะผู้ต้องหาติดสุรา และใช้ยาเสพติด ส่วนปืนที่พบขณะนี้ตำรวจเร่งตรวจสอบว่าเป็นกระบอกเดียวกับที่ใช้ยิง 5 ศพหรือไม่ และหลังจากนี้จะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จ.อุตรดิตถ์
ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลจับผู้ร่วมขบวนการ ที่คาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 1 คน ตามที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในจ.อุตรดิตถ์ สามารถจับภาพรถต้องสงสัย เป็นรถยนต์และกระบะ 2 คัน ที่มารับผู้ต้องหาหลบหนี มั่นใจว่าจะสามารถจับกุมได้ทั้งหมด
ส่วนการรถยนต์ วีออส สีดำ พร้อมคนขับอายุ 63 ปี ที่ถูกสกัดจับบริเวณสี่แยกหลังสวน บนถนนเอเซีย อ.หลังสวน จ.ชุมพร นั้น อยู่ระหว่างการสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกับการพานายธีพล หลบหนีลงพื้นที่ภาคใต้หรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่วัดเกาะวารี บ้านท่ามะปรางค์ ต.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ชาวบ้านและญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 5 คนช่วยกันก่อสร้างสถานที่ณาปณกิจศพแบบโบราณให้กับผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ศพ ซึ่งเป็นการทำเมรุในที่โล่ง เนื่องจากสถานที่ไม่เพียงพอทำพิธีพร้อมกัน โดยเมรุดังกล่าวสร้างด้วยไม้สูง 1.5 เมตร ความยาวที่ต้องนำศพมาวางเลียงกัน 12 เมตร ส่วนไม้ฟืนชาวบ้านก็ช่วยกันนำมารวบรวม ซึ่งต้องใช้ประมาณ 50 ท่อน ต่อ 1 ศพ
โดยญาติผู้ตาย เปิดเผยว่า เมื่อนายธีรพล ถูกจับตัวได้แล้ว ญาติของผู้เสียชีวิตต่างรู้สึกโล่งใจ เพราะไม่ต้องอยู่อย่างหวาดผวาหรือหวาดกลัวอีกต่อไป ซึ่งหลังจากนี้ ทางญาติผู้เสียชีวิตก็ต้องการให้เจ้าหน้าที่ นำตัว นายธีรพล มากราบขอขมาศพผู้เสียชีวิตทั้งหมด ก่อนที่จะทำพิธีฌาปณกิจใน 2-3 วันนี้