นายศิวัช พงษ์เพียจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาป้องกันและจัดการภัยพิบัติ สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า เปิดเผยผลวิจัยที่เกี่ยวข้องกับโลหะหนักในฝุ่นละออง PM 2.5 ที่วัดได้ในชั้นบรรยากาศทั่วกรุงเทพมหานครเป็นเวลา 1 ปีที่ผ่านมา จากสถานีตรวจวัดฝุ่นละอองในอากาศ 7 จุดหลักของกรมควบคุมมลพิษ ระยะเวลา 1 ปี พบธาตุทางเคมีที่เป็นโลหะหนัก ซึ่งเป็นธาตุก่อมะเร็งปะปนอยู่ในอากาศ ระดับต้องเฝ้าระวังอยู่ถึง 3 ชนิด คือ สารหนู ซีลีเนียม แคดเมียม โดยกลุ่มธาตุพวกนี้เกิดจากการเผาไหม้ของอุตสาหกรรมและยานพาหนะ
เมื่อดูจากตารางที่ใช้ในการวัดค่า ซึ่งทีมวิจัยใช้เกณฑ์มาตรฐานสากล สารหนู ชื่อทางเคมีคือ As มาตรฐานต้องปนเปื้อนในอากาศต่ำกว่า 6.12 นาโนกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตรวจวัดได้ 4.59 ซีลีเนียม หรือ Se ค่ามาตรฐานคือ 2.66 ตรวจวัดได้ 2.71 และ แคดเมียม ค่ามาตรฐานต้องไม่เกิน 4.16 แต่วัดได้ถึง 19.8 นาโนกรัมต่อลูกบาศก์
นาย ศิวัช ยังระบุว่า ข้อมูลนี้ไม่เคยถูกเปิดเผย เพราะกรมควบคุมมลพิษ มีค่ามาตรฐานของโลหะหนักปนเปื้อนในอากาศเพียงชนิดเดียวคือสารตะกั่ว จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลต่อสุขภาพคนไทย ที่สูดเอาโลหะหนักในอากาศเข้าไปอย่างไม่รู้ตัว
คณะวิจัยยังได้เก็บค่าระดับความเข้มข้นของโลหะหนักในฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 จากสถานีตรวจวัดฝุ่นละออง ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นระยะเวลา 2 ปี ยังพบธาตุโลหะหนักเพิ่มอีก 2 ชนิดคือ ทังสเตน และ แคดเมี่ยม โดยธาตุ 2 ชนิดนี้ พบในส่วนผสมของโลหะดิสก์เบรกยานยนต์ จึงอยากให้ภาครัฐเร่งทบทวนมาตรการลดการใช้ยานพาหนะในกรุงเทพฯเพราะปริมาณโลหะหนักที่ปนเปื้อนในอากาศตอนนี้ ทั้งหมดมีฤทธิ์ก่อมะเร็งในร่างกายได้หากสะสมไว้ปริมาณมาก
ขณะที่ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Theeravat Suensilpong” ได้โพสต์รูปภาพพร้อมระบุข้อความว่า รูปจาก #มิตรสหายท่านหนึ่ง ถ่ายจากบนเครื่องบิน “ตั้งแต่ 9,000 ฟุตลงมาโดนหมด รอหน้าฝนอย่างเดียว บอกได้เลย “อย่างหนา” คนเดินดินอย่างเรา คงไม่รอด
ผู้โพสต์ ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า “ที่เห็นฝุ่นแน่นๆ เพราะอากาศตอนกลางคืนมันเย็นกว่าตอนกลางวันด้วยนะครับ.. มันทำให้อากาศมันหดตัว ฝุ่นก็เลยลอยลงมาต่ำๆ”
ทั้งนี้ เมื่อภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีการแชร์เกือบ 2 หมื่นครั้ง และมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและความวิตกกังวลกับภาพฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศ อีกทั้งแนะนำให้มีการใส่หน้ากากและใช้เครื่องกรองอากาศเพิ่มเติม