รายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ทาง pptv ตอน “เปิดตัวประยุทธ์ ลงชิงนายก” โดยผศ.ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนคิดว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี น่าจะเข้ามาอยู่ในบัญชีนายกรัฐมนตรี ของพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)แต่เรื่องนี้ก็มี 2 ทาง คือ 1.ถ้าเข้ามาในบัญชีนายกฯแล้วจะทำหน้าที่ในฐานะรัฐบาลรักษาการณ์อย่างไรหรือถ้าไม่อยู่ในบัญชีนายกฯจะมาเป็นนายกฯคนนอกหรือไม่ ซึ่งเชื่อว่าหลายคนคาดสถานการณ์การทำหน้าที่ของพล.อ.ประยุทธ์ในช่วง 2 เดือนก่อนการเลือกตั้งอย่างไร เพราะการวางตัวในระหว่างรักษาการณ์จะทำให้ส่งผลต่อความรู้สึกคนเป็นอย่างมาก เพราะการลงพื้นที่พูดนโยบายของรัฐบาลจะสอดคล้องกับพรรคการเมืองมีชื่อทำตัวเอง จะทำอย่างไร สังคมจะมองอย่างไร
ส่วนหลังการเลือกตั้งที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาลตามธรรมเนียมนั้น พรรคอันดับ 1 มีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลก่อน แต่หากพรรคอันดับ 1 ไม่สามารถจับพรรคอื่นได้ ก็เป็นพรรคต่อไปและพรรคอื่นๆ เหมือนในยุโรปบางประเทศใช้เวลาปีกว่าๆ กว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้และในกรณีนี้หากจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ ก็เป็นรัฐบาลรักษาการณ์อยู่ดี
ทั้งนี้วิธีง่ายๆ โหวตนายกฯก่อน รัฐธรรมนูญ 60 เขียนล็อกไว้ ให้โหวตนายกฯก่อน บ้านเมืองอื่นไม่มีเขียนแบบนี้ พปชร.มี 126 เสียงพอแล้ว แล้วคนมาร่วมเอง สมมุตินายอภิสิทธิ์ บอกว่าไม่ร่วมพปชร. ตอนโหวตในสภา โหวตที่ 1 ให้นายอภิสิทธิ์ เป็นประธานสภา เพราะรัฐธรรมนูญ 60 ไม่ให้ประธานสภา ยุ่งเกี่ยวพรรคการเมือง และโหวตที่ 2 เลือกนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ก็มาร่วมพปชร.ได้ รัฐธรรมนูญ60 ให้โหวตเป็นอิสระได้ และคนในประชาธิปัตย์ก็ไม่มีใครออกมาฟันธงว่าจะไม่ร่วมกับพปชร. มีนายอภิสิทธิ์คนเดียว จากนั้นเสียงสภาล่างก็เกิน 250 แล้ว อยู่ได้เลย
“ส่วนเรื่องของความชอบธรรมนั้น ย้อนไปตั้งแต่ตอนทำประชามติ ก็มีคำถามเพิ่มเติม เรื่องให้สว.ร่วมโหวตนายกฯหรือไม่และผ่านประชามติมาเท่ากับเกิดความชอบธรรมแล้ว พรรคใหญ่สุดคือ พรรคสว. พรรคสว.เลือกใคร ชอบธรรม เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างนี้” รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว
สุดท้ายที่สำคัญคือ ต้องจับตาดูเรื่องซื้อสิทธิ ขายเสียง ให้ให้มาก เพราะทุกคนพยายามดิ้นรนที่จะเข้าสภา บางคนไม่ได้เข้านานก็อยากเข้า คนที่จะต่อท่อต่อไปก็พยายามต่อ เรื่องนี้จึงต้องระมัดระวังมาก ถ้าจับได้ ขอให้แจ้ง อยากให้ช่วยกัน เพราะโดนตัดสิทธิตลอดชีวิต