"นักวิชาการ" เชื่อ "บิ๊กตู่" ขึ้นบัญชีนายกฯ “พลังประชารัฐ”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“อรรถสิทธิ์” แนะ จับตา รัฐบาลรักษาการณ์  ด้าน “เจษฎ์” ชี้ช่อง นายกฯคนใน ง่ายกว่า ชี้ พรรคสว.ใหญ่สุด

รายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ทาง pptv  ตอน “เปิดตัวประยุทธ์ ลงชิงนายก” โดยผศ.ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนคิดว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี น่าจะเข้ามาอยู่ในบัญชีนายกรัฐมนตรี ของพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)แต่เรื่องนี้ก็มี 2 ทาง คือ 1.ถ้าเข้ามาในบัญชีนายกฯแล้วจะทำหน้าที่ในฐานะรัฐบาลรักษาการณ์อย่างไรหรือถ้าไม่อยู่ในบัญชีนายกฯจะมาเป็นนายกฯคนนอกหรือไม่ ซึ่งเชื่อว่าหลายคนคาดสถานการณ์การทำหน้าที่ของพล.อ.ประยุทธ์ในช่วง 2 เดือนก่อนการเลือกตั้งอย่างไร เพราะการวางตัวในระหว่างรักษาการณ์จะทำให้ส่งผลต่อความรู้สึกคนเป็นอย่างมาก เพราะการลงพื้นที่พูดนโยบายของรัฐบาลจะสอดคล้องกับพรรคการเมืองมีชื่อทำตัวเอง จะทำอย่างไร สังคมจะมองอย่างไร  

ทั้งนี้ตนคิดว่าหากพล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าจะเลือกพรรคที่แนวนโยบายไปด้วยกันได้ พรรคพปชร.ก็น่าจะเหมาะสุดและหากจะพูดเรื่องความชอบธรรมเป็นนายกฯในบัญชีมีชอบธรรมมากกว่า หากจะอยู่ต่อในบัญชีสง่างามมากกว่า เพราะการเป็นนายกฯคนนอกฝืนความรู้สึกมากกว่า เพราะตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 40 มา เราต้องการนายกฯคนใน มีความสง่างามมากกว่า ไม่ว่าพรรคอันดับไหน การเลือกตั้งมีอีก2 เดือน ทุกพรรค ออกกลยุทธ คนจะรู้ว่าจะเลือกแบบไหน

ส่วนหลังการเลือกตั้งที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาลตามธรรมเนียมนั้น พรรคอันดับ 1 มีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลก่อน แต่หากพรรคอันดับ 1 ไม่สามารถจับพรรคอื่นได้ ก็เป็นพรรคต่อไปและพรรคอื่นๆ เหมือนในยุโรปบางประเทศใช้เวลาปีกว่าๆ กว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้และในกรณีนี้หากจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ ก็เป็นรัฐบาลรักษาการณ์อยู่ดี

ขณะที่รศ.ดร.เจษฎ์ โทณวณิก อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า มีแนวโน้มสูงที่พล.อ.ประยุทธ์ จะมีชื่ออยู่ในบัญชีนายกฯของพรรคการเมือง 70-80 เปอร์เซ็น ตามรัฐธรรมนูญปี 60 จริงๆไม่มีคนนอกคนใน แต่จะมาโดยเสนอชื่อหรือไม่ เพราะหากจะมาเป็นนายกฯคนนอก ต้องใช้ 500 เสียง แต่ถ้านายกฯคนในบัญชีใช้ 376 เสียงสภาบนได้ 250 อยู่แล้วแต่สภาล่าง 250 จะได้หรือไม่ ถ้ามาปกติได้ 126 เสียงบวกกับ 250 เสียง ก็มีความชอบธรรมในการเป็นนายกฯ เป็นความชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ 60 แต่ไม่ใช่ความชอบธรรมตามระบบรัฐสภา เพราะตามระบบรัฐสภา ต้องให้พรรคที่ได้คะแนนอันดับที่1ก่อน

ทั้งนี้วิธีง่ายๆ โหวตนายกฯก่อน รัฐธรรมนูญ 60 เขียนล็อกไว้ ให้โหวตนายกฯก่อน บ้านเมืองอื่นไม่มีเขียนแบบนี้ พปชร.มี 126 เสียงพอแล้ว แล้วคนมาร่วมเอง สมมุตินายอภิสิทธิ์ บอกว่าไม่ร่วมพปชร. ตอนโหวตในสภา โหวตที่ 1 ให้นายอภิสิทธิ์ เป็นประธานสภา เพราะรัฐธรรมนูญ 60 ไม่ให้ประธานสภา ยุ่งเกี่ยวพรรคการเมือง และโหวตที่ 2 เลือกนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ก็มาร่วมพปชร.ได้ รัฐธรรมนูญ60 ให้โหวตเป็นอิสระได้  และคนในประชาธิปัตย์ก็ไม่มีใครออกมาฟันธงว่าจะไม่ร่วมกับพปชร. มีนายอภิสิทธิ์คนเดียว จากนั้นเสียงสภาล่างก็เกิน 250 แล้ว อยู่ได้เลย

 “ส่วนเรื่องของความชอบธรรมนั้น ย้อนไปตั้งแต่ตอนทำประชามติ ก็มีคำถามเพิ่มเติม เรื่องให้สว.ร่วมโหวตนายกฯหรือไม่และผ่านประชามติมาเท่ากับเกิดความชอบธรรมแล้ว พรรคใหญ่สุดคือ พรรคสว. พรรคสว.เลือกใคร ชอบธรรม เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างนี้” รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว

 รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว  กล่าวว่า หลังจากพ.ร.ฎ.เลือกตั้งประกาศ แต่ดูไม่ค่อยไม่คึกคักเหมือนในอดีต เพราะส่วนหนึ่งกกต.เข้มงวดมากขึ้น เมื่อก่อนป้ายเล็กป้ายใหญ่ ราคาเท่ากัน พรรคเล็กไม่สามารถติดได้ ครั้งนี้กำหนดขนาดทำให้ ไม่ได้เปรียบเสียเปรียบ จึงเกิดความเท่าเทียมมากขึ้น ควรเป็นแบบนี้และมีสถานที่ติด มีแต่รูป ที่เหลือหาเสียงเอา เกิดความเสมอภาค ทุกพรรค และการออกสื่อ ใช้วิทยุ ต้องกำหนดให้เท่าเทียม ส่วนออนไลน์น่าจะปล่อยได้มาก เพราะไม่ได้เปรียบเสียเปรียบ แต่ต้องกำหนดค่าใช้จ่าย เรื่องของ อินเตอร์แอคชั่น เว็ปหรือภาพเสียง ในทางกลับกันก็ทำให้ประชาชนตื่นตัวน้อยลง เพราะไม่สามารถมีมหรสพได้ ได้แต่ตัวผู้สมัคร ทำให้รื่นเริงน้อยลง ตื่นตัวน้อยลง คนไทยชอบรื่นเริงมากกว่าการดูนโยบาย  

สุดท้ายที่สำคัญคือ ต้องจับตาดูเรื่องซื้อสิทธิ ขายเสียง ให้ให้มาก เพราะทุกคนพยายามดิ้นรนที่จะเข้าสภา บางคนไม่ได้เข้านานก็อยากเข้า คนที่จะต่อท่อต่อไปก็พยายามต่อ เรื่องนี้จึงต้องระมัดระวังมาก ถ้าจับได้ ขอให้แจ้ง อยากให้ช่วยกัน เพราะโดนตัดสิทธิตลอดชีวิต  

 

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ