ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันประจำปี 2018 แสดงให้เห็นว่า กว่า 2 ใน 3 ของประเทศที่ทำการสำรวจ มีคะแนนต่ำกว่า 50 จากช่วงคะแนน 0 ถึง 100 โดย 100 คะแนน หมายถึง โปร่งใสที่สุด ขณะที่ 0 คะแนน หมายถึง คอร์รัปชันสูงที่สุด
ในส่วนของประเทศไทย คะแนนลดลงจาก 37 คะแนน (อันดับ 97) ในปี 2017 มาอยู่ที่ 36 คะแนน โดยอยู่อันดับที่ 99 จากทั้งหมด 180 ประเทศ เท่ากับฟิลิปปินส์
เช่นเดียวกับสหรัฐฯ ที่คะแนนลดลงจากการสำรวจครั้งก่อน 4 คะแนน มาอยู่ 71 คะแนน และหลุดจาก 20 อันดับแรก เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2011
"ศรีสุวรรณ" จี้ ป.ป.ช. ลาออก หลังดัชนีคอร์รัปชันไทยร่วง
ขณะที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ระบุว่าจากรายงานดังกล่าว ชี้ให้เห็นถึงข้อด้อยของระบบการถ่วงดุลของฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ยังอยู่ในวังวนของระบบอุปถัมภ์มากกว่าระบบคุณธรรม โดยเฉพาะกรณีตัวอย่างที่น่าอับอายไปทั่วโลก คือ มาตรฐานการตรวจสอบนาฬิกาหรูของผู้มีอำนาจรัฐ ที่ค้านสายตาประชาชนทั้งประเทศ
โดยรัฐบาลต้องมีเจตจำนงในการแก้ไขปัญหาการทุจริตที่ชัดเจนและต่อเนื่อง ภาครัฐต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ภาคเอกชนต้องไม่ให้ความร่วมมือในการให้สินบนทุกรูปแบบและมีการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ ภาคประชาสังคมต้องมีความตื่นตัว ไม่ยอม ไม่ทน ไม่เฉย ต่อการทุจริตทุกรูปแบบ สร้างค่านิยมสุจริตขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายเดียวกัน ประเทศไทยใสสะอาดไทยทั้งชาติต้านทุจริตนั้น
ทั้งนี้ ป.ป.ช.ต้องกล้าที่จะแสดงความกล้าหาญและเป็นผู้นำในความรับผิดชอบต่อการด้อยประสิทธิภาพในการป้องกันและแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นที่ทำให้ดัชนีความโปร่งใสลดลง โดยการประกาศลาออก โดยเฉพาะผู้ที่มีความสัมพันธ์กับอำนาจรัฐในปัจจุบัน เพื่อรับผิดชอบต่อรายงานดัชนีความโปร่งใสของไทยที่แย่ลง
สำหรับดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันนี้คำนวณโดยใช้ข้อมูลจาก 13 แหล่ง ซึ่งสะท้อนการรับรู้เกี่ยวกับคอร์รัปชันในภาครัฐ ของนักธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญในประเทศนั้นๆ โดยในผลสำรวจล่าสุด เดนมาร์ก ครองตำแหน่งประเทศที่มีความโปร่งใสที่สุด ด้วยคะแนน 88 คะแนน ส่วนประเทศที่อยู่ท้ายตารางในการจัดอันดับความโปร่งใส คือ โซมาเลีย มี 10 คะแนน