เริ่มจาก พรรคเพื่อไทย แม้จะเป็นพรรคขนาดใหญ่ แต่ครั้งนี้พรรคเพื่อไทยส่งผู้สมัครไม่ครบทุกเขตทั่วประเทศ โดยสนามกรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทยเลือกส่ง 22 เขตเลือกตั้ง จาก 30 เขตเลือกตั้ง
ส่วนพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งเป็นพรรคที่มีแกนนำส่วนใหญ่เป็นอดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย ส่งผู้สมัครลงแข่งขันในสนามกรุงเทพฯ 8 เขต เลือกตั้ง โดยทั้งหมดไม่ทับซ้อนกับพรรคเพื่อไทย แม้แต่เขตเดียว
และเมื่อดูในรายละเอียด พบว่ามีผู้สมัครของพรรคไทยรักษาชาติอย่างน้อย 2 รายชื่อ เป็นอดีตผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยในเขตที่พรรคเพื่อไทยไม่ส่งลงสมัคร เช่น หม่อมหลวง ณัฏฐพล เทวกุล ผู้สมัครส.ส.เขต 2 ปทุมวัน, บางรัก, เขตสาทรนายพงษ์พิสุทธิ์ จินตโสภณ ผู้สมัครส.ส.เขต3 บางคอแหลม, ยานนาวา
ส่วนพรรคภูมิใจไทย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ส่งผู้สมัครลงแข่งขันครบทั้ง 30 เขตเลือกตั้งในกรุงเทพ แม้ว่านายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย จะยืนยันว่า การตัดสินใจส่งผู้สมัครในเขตที่ไม่เคยส่งจะเกิดขึ้นตามคำเรียกร้องของประชาชน และย้ำว่าผู้สมัครส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่
แต่หากดูจากรายชื่อที่ปรากฎพบว่ามีจำนวนไม่น้อยเป็นอดีตส.ข. , ส.ก. , และ ส.ส. สังกัดพรรคเพื่อไทย และ ประชาธิปัตย์ เช่น นายบวรกิตติ์ สันทัด อดีต ส.ข.เขตจตุจักร พรรคประชาธิปัตย์ ครั้งนี้ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตที่ 9 หลักสี่ จตุจักร ยกเว้นแขวงจตุจักร และแขวงจอมพล น.ส.ปราณี เชื้อเกตุ ส.ก.เขตบางเขน พรรคประชาธิปัตย์ ครั้งนี้ลงสมัครรับเลือกตั้งใน เขตที่ 12 บางเขน และ นายสุวัฒน์ ม่วงสิริ อดีต ส.ส.เขตจอมทอง พรรคเพื่อไทย ครั้งนี้ลงสมัครรับเลือกตั้งใน เขตที่ 23 จอมทอง, ธนบุรี เฉพาะแขวงดาวคะนอง แขวงบุคคโล และแขวงสำเหร่
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะเป็นแชมป์เก่ากรุงเทพฯ แต่การเลือกตั้งครั้งนี้การจะได้คะแนนถล่มทลายก็อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ อดีตส.ก. และ ส.ข. ที่เคยทำงานกับพรรคย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะ พรรคพลังประชารัฐ
เช่น น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ผู้สมัครส.ส.เขต 1 ซึ่งเป็นอดีตส.ก.เขตพระนคร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เคยช่วย นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์หาเสียงมาตลอด แต่ครั้งนี้ย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ และจะลงสมัครในเขตเดียวกับนางเจิมมาศ หรือ น.ส.เกศกานดา อินช่วย ผู้สมัครส.ส.เขต 15 ซึ่งเคยเป็นอดีต ส.ข. เขตคลองสามวา พรรคประชาธิปัตย์ แต่ปัจจุบันจะลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตดังกล่าวในนามพรรคพลังประชารัฐเช่นเดียวกัน
แม้ข้อมูลเหล่านี้จะสะท้อนว่ามีโอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์อาจจะได้รับคะแนนการเลือกตั้งลดลง เพราะ ผู้ที่เคยช่วยส.ส.ของพรรคหาเสียงย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าการแข่งขันเป็นเรื่องปกติ เชื่อว่าจะยังได้รับความไว้วางใจจากประชาชน
สำหรับกติกาการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ซึ่งออกแบบให้บัตรเลือกตั้งมี 1 ใบ มีเป้าหมายให้ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย เพราะ คะแนนจะถูกนำไปคิดคำนวณเป็นเก้าอี้ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วย การส่งผู้สมัครแข่งขันในแบบเขต จึงอาจไม่ได้คาดหวังชนะการเลือกตั้งในเขตนั้น แต่อาจคาดหวังนำคะแนนดิบไปรวมกันทุกเขตเพื่อเปลี่ยนเป็นเก้าอี้ให้ส.ส.บัญชีรายชื่อ