เมื่อวันที่ (22 ก.พ. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังโลกออนไลน์แชร์ภาพต้นยางนา 2 ตัน ซึ่งเป็นต้นยางเก่าแก่ สมัยรัชกาลที่ 5 บริเวณสี่แยกกองทราย จุดตัดถนนเชียงใหม่-ลำพูน กับ ถนนวงแหวนรอบนอกเชียงใหม่ ตำบลหนองผึ้ง อำเภอสารภี ถูกตัดจนเหลือเพียงลำต้นสูงจากพื้นประมาณ 4-5 เมตร และมีสภาพแห้งตาย จนทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ดูแลรักษา
ต่อมาทีมหมอต้นไม้อาสา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วยเครือข่ายเขียว สวย หอม และอาสาสมัครพิทักษ์ต้นยางนา ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบต้นยางนา พบต้นไม้ หมายเลข 656 นั้น ตายแล้ว แต่ต้นหมายเลข 671 ซึ่งเป็นต้นยางนาที่อยู่ทางฝั่งทิศตะวันตก ยังไม่ตาย โดยพบว่าเปลือกไม้ตรงช่วงโคนต้นยังดิบ และน่าจะดูแลรักษาให้การฟื้นฟูสภาพได้แต่ต้องเร่งทำการเปิดหน้าดินโคนต้นเพื่ออัดน้ำ และสารอาหาร
เครือข่ายอนุรักษ์ต้นไม้ ระบุว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ต้นยางนาทั้ง 2 ต้นที่ถูกตัดไปมีสภาพทรุดโทรมเนื่องมาจากในการทำถนนนั้นมีการเททับพื้นดินโดยวัสดุที่ใช้ไม่มีความพรุนให้น้ำและอากาศไหลผ่านไม่ได้จึงส่งผล กระทบต่อระบบราก รวมทั้งรถที่ผ่านไปมาบนถนนยังกดทับดินที่อยู่ข้างใต้จนแน่น ทำให้ระบบรากมีปัญหา
จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์การตัดต้นยางนาที่เกิดขึ้น นายสมชาติ วัฒนากล้า ผู้อำนวยการกองช่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายชัยศิลป์ ปัญญาบุตร หัวหน้าฝ่ายเครื่องจักรกล อบจ.เชียงใหม่ ได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าว โดยยืนยันว่า ได้ประสานกับตัวแทนเครือข่ายอนุรักษ์ที่ดูแลอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว ก่อนที่จะตัด และจากการสำรวจต้นยางที่เหลืออยู่ทั้งหมด 949 ต้น พบว่าต้นไม้ที่ถูกตัดนั้น หนึ่งในสองต้น ตายแล้วส่วนอีกหนึ่งต้น เจ้าหน้าที่สำรวจบริเวณกิ่งไม้ พบว่ากิ่งไม้แห้งตาย จึงจำเป็นต้องตัดออกเพื่อไม่ให้หักโค่นลงมาเป็นอันตรายต่อประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา
หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะวางแผนเข้าฟื้นฟูรากต้นยางที่อยู่ในพื้นที่ และสำรวจตัดแต่งกิ่งต้นยางนาเพื่อความปลอดภัยของประชาชนที่ขับรถสัญจร นอกจากนี้ยังมีโครงการปลูกต้นยางทดแทนต้นที่ตายไปแล้วด้วย