ทางเก่าตัน “ป๋าเทพ โพธิ์งาม” เลือกเดินทางใหม่ แม้ไร้จุดหมาย!!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“ป๋าเทพ โพธิ์งาม” อดีตตลกชื่อดัง ลั่นขอหยุดงานในวงการ ผันตัวมาเอาดีทางด้านธุรกิจ

ตลกขั้นเทพ เพียงเอ่ยฉายานี้ ทำให้ทุกคนต้องนึกถึงตลกมากรอยยิ้ม ผู้ที่สร้างเสียงหัวเราะให้กับคนทุกรุ่นทุกวัยยาวนานหลายสิบปี  “เทพ โพธิ์งาม” อย่างแน่นอน แต่ ณ วันนี้ ตลกรุ่นใหญ่คนนี้เลือกที่จะทิ้งเส้นทางเก่า และขอลองเลือกเดินเส้นใหม่ไม่แม้จะขรุขระและเกิดบาดแผล แต่มันมียังมีความสุขกับชีวิตบั้นปลาย

“ป๋าไม่มีอนาคต ไม่มีอดีต มีแต่แค่เป็นวันๆไป ชีวิตแค่นี้เองไม่มีอะไร ทางใหม่ก็เดินๆไปก่อน เดินดูตรงไหนมันมีตะปูหรือเปล่า เพราะทางใหม่มันจะมีอะไรใหม่ๆที่ให้เราได้สัมผัส ได้มีความตื่นเต้น ได้มีความกระตือรือร้นขึ้น ถ้าเดินทางเก่ามันก็เหมือนเดินไปแล้ว เจอแค่นี้มาเจอบ้านหลังเก่า 50 กว่าปีแล้ว อยู่อย่างนี้มันก็เป็นเรื่องที่น่าเบื่อแล้ว ป๋าว่าเหมือนอย่างที่เราได้เดินทางใหม่ เราก็รู้สึกว่ามันมีความแปลกตา พอมาเจออันใหม่มันแปลกตาขึ้นแปลกอะไรป๋าว่าทำให้เรามีความอยากจะเดินไปอีก ทางใหม่ๆของป๋าก็ก็อาจะเป็นอย่างธุรกิจนี้แหละ

แต่การเริ่มเดินทางใหม่ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย “ป๋าเทพ” ชื่อเสียงที่พ่วงติดมา ไม่ใช่กุหลายที่โรยให้เดินสบาย คำว่า “เจ็บมาเยอะ” ชินชากับคำนี้แล้วเหลือเกิน

“ใช่ๆ ถูกต้อง เดินไปได้ยินเสียงอะไรบ้าง เราก็ถือว่าเป็นเรื่องของนกกาที่เป็นเสียงที่เราเดินไประหว่างอยู่ข้างอะไรแบบนี้ทางก็อย่าไปสนใจ อย่าหันไปมองมัน ก็เสียงอะไรทุกอย่างที่จะเข้ามา เรารู้อยู่แล้วเหมือนป๋าอยู่มาขนาดนี้มันต้องมีเสียงดีบ้างเสียงไม่ดีบ้าง แน่นอนมันต้องมีเสียงผสมผเสกัน เพียงแต่ว่าจะฟังมันหรือเปล่าถ้าเราไปฟังมันก็เราก็เกาะติดอีก ไม่ต้องไปฟัง ทำตรงที่เราตั้งใจที่ว่าเราต้องไปต้องเดินหน้าอะไรแบบนี้ เสียงอะไรก็แล้วแต่ไม่เกี่ยวแค่นั้นเอง ก็มองข้ามไปหมดถึงดีไม่ดี เราก็มองข้ามอยู่แล้ว ไม่ต้องไปสนใจ ก็เดินที่เราจะเดินไปเรื่อยๆว่าทางใหม่ มันมีขวากหนามอะไรที่เราจะต้องคอยระวัง เราเดินชี้นำเดินหน้าก่อน เจอขวากอะไร ก็ต้องบอกลูกหลานๆว่าระวังตรงนี้ เพราะเราต้องเจ็บก่อนแน่นอนชีวิต

คอนเทนต์แนะนำ
​"ป๋าเทพ" เปิดปูมวงการ(ไม่)ตลก จากยุคทองสู่ยุคล่มสลาย (คลิป)
เจ็บมาเยอะ!! “เป็ด เชิญยิ้ม” เผยชีวิตที่ ( ไม่ ) “ตลก” เหมือนหน้าเวที

และก็ไม่เป็นไร ถ้าเราไม่ไปเดินตรงนี้เราก็จะไม่ได้ของใหม่ เราก็จะเดินอยู่ถนนเก่า แล้วจะได้แต่ของเก่าๆถ้าเราเดินของใหม่ก็อย่างที่ว่าโดนขวกหนามบ้างตรงนี้เจ็บไปสอนลูกหลานได้ ต้องระวังตัวนะเดินจะต้องระวังนะอะไรแบบนี้ เป็นเพียงแต่เอาไว้สอนลูกหลานบ้างแล้วก็อาชีพเราคิดไว้เผื่อลูกหลานด้วยเขาจะได้ต่อยอดได้ ชื่อเสียงน่ะมันไม่คงทน ไม่ว่าอะไร ทำไมเราต้องไปอึ้งอยู่กับมัน มันไม่ใช่ ป๋าไม่ชอบออย่างนั้น ป๋าทำอะไรถ้านานๆมันก็จะเบื่อ เป็นมนุษย์นานๆชักจะเบื่อ”

จากคำตอบของ “ป๋าเทพ” ทำให้เราสะดุดใจและอดถามไม่ได้ว่า “ป๋า”จะลาวงการถาวรแล้วเหรอ ป๋าอมยิ้มเล็กๆและตอบกลับมาทันทีว่า

“ใช้ชีวิตคุ้มแล้ว ไปเที่ยวต่างประเทศ บางที่ไปมาหลายครั้ง อยู่วงการมาจะห้าสิบปีแล้วคิดดูแล้วกันว่าอิ่มไหม ทั้งอะไรทุกอย่างมันผ่านมาหมดแล้ว มันไม่ได้มีความอะไรที่จะเห่อเหิมเกิดขึ้นแล้ว มันไม่มีความจุดประกายแล้ว เหมือนไม้ขีดมันโดนน้ำแล้ว มันก็ได้แค่นั้นแหละมันไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เรายังมีวัยที่มีไฟอยู่ ด้วยอายุเอย ความคิดความอ่านทุกอย่างมันไม่ได้เหมือนสมัยเราหนุ่มแล้ว เราก็น่าจะพอแล้ว อาจจะไปเล่นอยู่นิดหน่อย สำหรับบ้างที พวกรู้จักกัน ป๋า..ไปสนุกหน่อยนะแค่นั้น ไม่ได้ว่าจริงจังเอาเป็นแบบละคร หนัง พอแล้ว อายุเรามันไปสมบุกสมบันแบบเมื่อก่อนไม่ได้ละ เดี๋ยวนี้ป๋าอยู่ๆก็ชาไปแถบหนึ่งก็มีบ้างที อดหลับอดนอนมากไม่ได้แล้ว

แต่ก็ไม่ถึงกับอำลาเลย บ้างทีที่เพื่อนฝูงมาก็มีบ้าง เขาก็ติดต่อมารายการตลกอะไรแบบนี้ให้ป๋าไปร่วมอะไรพวกนี้ แต่ว่าป๋ามันพอแล้ว ก็ปฏิเสธไปเยอะพอสมควร เอาตรงที่ว่าเราพอไปก็ไปไม่ได้ เราก็ไม่เอานะ เพราะหนึ่งบ่ายนี้ป๋าต้องออกแล้วไปขายของ ทุกวันถ้าไม่ขายตรงนี้มันไม่มีรายได้ไงที่นี่เกิดมีอะไรขึ้นมามีละครมีอะไรไปไม่ได้หรอก พอเราไม่ไปสักคนเป๋มันเป็นอย่างนี้ ตรงนี้ห่วง อย่างน้อยเราก็ทำให้เป็นรูปร่างเป็นรูปธรรมให้มากกว่านี้ ไม่ใช่ว่าได้ครึ่งหนึ่งแล้วปล่อยทิ้ง เดี๋ยวมันก็ล้มร้างอย่างเก่า มันไม่ใช่ว่าจะเบื่ออะไรเพียงแต่ว่าไม่อยากจะเบื่อ เพียงแต่ว่าเราดูถึงอนาคตมันไม่ดีแน่ ถ้าเราขืนยังคาราคาซังอยู่อย่างนี้ จะรอเมื่อไหร่หนังจะมาสักเรื่อง ไหนจะรอละครจะมาสักเรื่อง หรือรออะไรที่เราจะต้องได้รายได้ มันไม่ใช่แล้วไงป๋าว่า อย่าไปคิดมัน แต่ว่างานมันจะมีมาบ้างก็เรื่องของมัน ต้องเอาว่าที่เราพอไปได้นะ แต่ไปไม่ได้ก็บอกไปไม่ได้ มีงานนอกก็เข้ามาแต่ป๋าบอกพอแล้ว เหมือนไปเล่นงานบวช งานกินเลี้ยง มีได้อยู่หลายหมื่น แต่ไม่เอา พอแล้ว ขี้เกียจว่าเราต้องขึ้นไปทำให้เขาตลก เราต้องไปทำเป็นลิงเป็นค่างให้เข้าเห็น ถามว่าอายุเรามันไม่ได้แล้ว แค่นั้นเอง มันจะไปทำให้ตลกอยู่ ป๋าว่ามันไม่ใช่ ให้เด็กๆมันเถอะ เด็กเขาดีกว่า

แต่ถ้าถามว่าคิดถึงวงการไหม มันไม่ได้คิดถึงหรอกเพียงแต่ว่าเคยนึกบ้าง เมื่อก่อนเคยอยู่แบบนี้เป็นแบบนั้น ตรงนี้ตรงนั้นนะ เคยทำอย่างนี้นะแค่นั้น ไม่ใช่ว่าอยากจะกลับไปทำอีก ทำให้มันดังขึ้นมาอีก มันเป็นไปไม่ได้หรอก”

ทุกวันนี้ ชีวิตลำบาก แต่ก็มีความสุขเมื่อได้ทำสิ่งที่ตั้งใจ ตั้งมั่น เพื่อลูกหลาน

“เป็นห่วงลูกหลาน และตอนนี้ก็ต้องดูแลคนงานหกเจ็ดก็อยู่รวมกันแหละ รายได้มันทำจุดเดียวแล้วมันกินกันเยอะ มันไม่พออยู่แล้วทั้งเงินเดือนค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแรงเด็ก พูดตรงๆมันไม่ได้หรอก เพราะบางวันขายได้น้อยบ้างมากบ้าง มันไม่คุ้มหรอก คือเอาให้มันพออยู่ประครองตัวไปเฉยๆ ประครองไปว่าเมื่อไหร่เรามีโอกาสมากกว่านี้

มันก็มีคิดว่าจะทำยังไงให้ทุกคนมีงานทำได้มีรายได้กันทุกคน เพราะว่าเรามาอยู่วงการนี้มันทำได้คนเดียวแล้วกินกันหลายคน เราก็อยากจะทำอะไรที่มันทำได้หลายๆคนแล้วกินด้วยกันได้หลายๆคน อนาคตความยังยืนมันน่าจะดีกว่าที่เราทำคนเดียว เกิดวันไหนเราเป็นอะไรขึ้นมาไม่สบายหรือตายไปซะก่อนใครจะไปรู้ละ อย่างน้อยเราอยากจะทำอะไรให้กับลูกกับหลานได้เห็นนำเขาก่อนเพราะลูกหลานเราบ้างที่ถ้าเราไม่นำบ้างทีเขาก็ลำบากเหมือนกันเพราะต้องนำให้เขากล้าทำ เพราะเด็กรุ่นนี้เดี๋ยวนี้มันทำอะไรก็จะขี้อายกันของเรายุคเรามันจะลุยอยู่แล้ว ดังนั้นเอารายได้ทุกวันดีกว่าเอาที่มาเลี้ยงได้ทุกวัน มันเหมือนไม่รู้จะปลงยังไงแล้ว ต้องปลง ปลงไปเรื่อยๆ เหมือนอย่างที่ว่าอย่าไปฟังอะไรมัน ระหว่างเดิน เสียงนกเสียงกา ก็อย่าไปฟัง อย่าไปสนใจ เราจะเดินไปข้างหน้าเราเจออะไรค่อยมาคิดกัน การให้กำลังใจตัวเองเหรอ กำลังใจไม่มีหรอก มันอยู่ตรงที่เราชั่งใจเราเข้าใจในตัวเองก็พอแล้ว”

 อดีตตลกวัยเข้า 70 คนนี้ ใจสู้มากกว่าภาพที่เห็น ผู้ใหญ่บางคนอายุเท่านี้อาจจะอยู่บ้านเลี้ยงลูกหลาน หรือสบายกว่านี้ แต่สำหรับ “เทพ โพธิ์งาม” ยังคงต้องสู้ต่อไป เท่าที่ร่างกายจะไปไหว  

“สุขภาพแน่นอนก็มันจะ 70 แล้วปีหน้า ก็มีเจ็บบ้าง ปวดบ้าง ตรงนี้นิดหน่อย แต่มันคงไม่ถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อ แต่สักวันมันต้องเป็นแน่ เราก็ไม่รู้ ถึงบอกว่า นี่ไง...ป๋ากลัวตรงนี้ เรายังไม่ได้สร้างทางใหม่ๆให้กับลูกกับหลานเลย ถ้าเราเกิดเป็นอะไรขึ้นมา มันจะไม่มีใครนำมัน  

ป๋าอยากฝากบอกเด็กรุ่นใหม่ๆ ว่าทุกอย่างมันก็ขึ้นอยู่กับที่การเอาตัวรอด อายุน้อยๆเราก็ต้องหาความรู้ก่อน การรับปริญญาเป็นเพียงการเริ่มต้นของชีวิตความเป็นจริงเท่านั้นเอง มันไม่ใช่สำเร็จ ต่อไปนี้จะต้องเจอบทเรียนอีกหลายๆอย่าง ที่ไม่เคยได้เรียนอยู่ในตำรา มันจะต้องปรากฏเยอะ เราต้องมีครอบครัว การใช้ชีวิตเราจะต้องอยู่ยังไงให้ได้ อยู่ในโลกนี้ให้ได้ เขาให้สมองมาแล้ว เขาให้ความสามารถเรามาบ้างแล้ว เราก็ทำไปเท่าที่มนุษย์ทำได้”

 

 

 

 

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ