ผลคะแนน “8 ซูเปอร์มาร์เก็ตไทย” ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค อยู่ในระดับต่ำกว่าครึ่ง!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

อ็อกแฟมประเทศไทย เผยผลสำรวจ 8 ซูเปอร์มาร์เก็ตไทย ปี 2563 พบกว่า 50% คะแนนความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อยู่ในระดับต่ำ

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์การอ็อกแฟมประเทศไทย (OXFAM) แถลงผลการจัดทำสำรวจและประเมินนโยบายทางสังคมของซูเปอร์มาร์เก็ตไทยภายใต้แคมเปญ “ผู้บริโภคที่รัก” โดยใช้ตัวชี้วัด คือ ความรับผิดชอบต่อสวัสดิการของผู้บริโภค ด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับคู่ค้า และสิ่งแวดล้อมของห้างค้าปลีก

ทั้งนี้ผลการประเมินความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมและสวัสดิการผู้บริโภคในธุรกิจอาหารและการจัดซื้ออาหารของธุรกิจค้าปลีกจากจำนวน 8  ซูเปอร์มาร์เก็ต พบว่ามี 3 ซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศไทย ได้รับคะแนนรวมสูงสุด 9 คะแนน คือ แม็คโคร ท็อปซูเปอร์มาร์เก็ต และซีพีเฟรชมาร์ท รองลงมา เทสโก้โลตัส ได้รับคะแนนรวม 3 คะแนน กูร์เมต์มาร์เก็ต ได้รับคะแนนรวม 2 คะแนน  ส่วนอีก 3 แห่ง คือ บิ๊กซี วิลล่ามาร์เก็ต และฟู้ดแลนด์ ได้คะแนนรวมต่ำสุด 0 คะแนน

น.ส.จิดาภา มีเพียร เจ้าหน้าที่ฝ่ายการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน องค์การอ็อกแฟมประเทศไทย  เปิดเผยว่า  การประเมินซูเปอร์มาร์เก็ต พิจารณาจากนโยบายของซูเปอร์มาเก็ตที่เผยแพร่ต่อสาธารณะที่ตรวจสอบได้และเข้าถึงได้ เริ่มประเมินตั้งแต่เดือน ตุลาคม ปี 2562 ถึงเดือน เมษายน ปี 2563 ซึ่งพบว่าที่ผ่านมาซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งมีการประกาศนโยบายดังกล่าวสู่สาธารณะ แต่ในภาพรวมถือว่ายังต้องมีการปรับปรุง คือ การพัฒนานโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกลไกการร้องเรียนและการเยียวยาผู้บริโภค ที่จะต้องครอบคลุมแนวทางการจัดการข้อร้องเรียน รูปแบบ กรอบระยะเวลาในการจัดการข้องร้องเรียนและการชดเชย, การเปิดเผยข้อมูลแหล่งที่มาและกระบวนการในการคัดกรองวินค้า, การพัฒนากลไกติดตามและตรวจสอบย้อนกลับสินค้า โดยเฉพาะในสินค้าประเภทผักและผลไม้ รวมถึงอาหารทะเล, มาตรการในการดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้ผลิตที่ไม่มีกระบวนการการผลิตอาหารที่ปลอดภัย, ส่งเสริงการใช้นโยบายและแนวปฏิบัติตามแนวทางการจัดหาสินค้าที่ยั่งยืน

“ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่ไม่มีคะแนนหรือได้คะแนนน้อย ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีนโยบายหรือแนวปฏิบัติ แต่ในช่วงที่เราทำการประเมิน เขายังไม่ได้มีการประกาศออกสู่สาธารณะ จึงไม่ได้คะแนนในปีนี้ อย่างเช่น บิ๊กซี ได้มีการประกาศตัวนโยบายที่เกี่ยวกับสวัสดิภาพสัตว์ และการจัดการด้านการเกษตร แต่เป็นการประกาศหลังจากเราทำประเมินแล้ว” เจ้าหน้าที่อ็อกแฟม กล่าว

ด้าน น.ส.ทัศนีย์ แน่นอุดร ผู้จัดการสำนักงานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ระบุว่า ซูเปอร์มาร์เก็ตไทย ทำคะแนนในทุกมิติน้อยกว่าร้อยละ 50 ของคะแนนรวม ซึ่งสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ คือ การพัฒนาระบบและเครื่องมือที่ให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้า ส่วนประกอบของสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้า และส่วนประกอบของสินค้า พร้อมให้ข้อมูลด้านโภชนาการ และข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญของผู้บริโภครวมถึงการพัฒนาระบบรับเรื่องร้องเรียน และเยียวยาให้กับผู้บริโภค

ขณะที่ น.ส.ปรกชล อู๋ทรัพย์ เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรพืช หรือ ไทยแพน ระบุว่า จากการประเมินมิติความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับคู่ค้า พบว่า 6 ตัวชี้วัด ไม่มีซูเปอร์มาร์เก็ตใดได้คะแนนเลย คือ การใช้ยาและสารเคมีความยั่งยืนระบบนิเวศต้นน้ำ การตรวจสอบและย้อนกลับ การบริหารจัดการพลังงาน การบริหารจัดการน้ำ และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก น้ำทิ้ง และของเสีย สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่ได้มีการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงมาตรการที่เกี่ยวข้องความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทานของการผลิตสินค้าและบริการ

“จากการที่ไทยแพน สุ่มตรวจสารพิษผลไม้ตกค้างมาตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปีล่าสุด ยังคงพบสารพิษตกค้างที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในประเทศอยู่เลย และในห้างพบสารพิษตกค้างสูงกว่าในตลาดเล็กน้อย ทำไมผักห้างที่เราซื้อแพงกว่า มีตรามาตรฐาน กลับพบสารพิษตกค้างมากกว่า หนึ่งเราต้องการระบบตรวจสอบย้อนกลับ สองความโปร่งใสข้อมูล สามเราต้องการความปลอดภัยจากแหล่งผลิตต้นทาง” น.ส.ปรกชล กล่าว

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ