ตัวแทนชาวเลอุรักลาโว้ย บนเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประเด็นการถูกผู้ประกอบการและอุทยานฯฟ้องร้องขับไล่ออกจากพื้นที่หน้าหาด โดยตลอด10ปีที่ผ่านมา มีชาวเลทั่วประเทศถูกฟ้องร้องดำเนินคดีเรื่องที่ดินกว่า 300 คดี ชาวเลได้รับความเดือดร้อนกว่า 3,500 คน ซึ่งเป็นผลจากการขยายตัวของการท่องเที่ยว ทำให้พื้นที่ชายหาดกลายเป็นแหล่งเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์และผลจากการประกาศเขตอุทยานฯทับซ้อนที่อยู่เดิมของชาวเล
10 ปีที่ผ่านมาปัญหาความขัดแย้งเรื่องที่ดินของกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งชาวเลและกะเหรี่ยงถูกคุ้มครองฟื้นฟูด้วยมติคณะรัฐมนตรีมนตรีปี 2553 แต่การแก้ปัญหากลับถูกผลักดันไปได้อย่างล่าช้า ทำให้กลุ่มชาติพันธุ์โดยเฉพาะชาวเลแทบจะไม่เหลือวิถีชีวิตเดิม เพราะสูญเสียชายหาดให้กับธุรกิจท่องเที่ยว
การลงนามข้อตกลงส่งเสริมและคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ เป็นความพยายามของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งของกลุ่มชาติพันธุ์ให้เป็นรูปธรรม ซึ่งนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยอมรับว่า เรื่องที่ดินชาวเลเป็นเรื่องแก้ไขได้ยาก เพราะมีความซับซ้อน
นอกจากการลงนามข้อตกลง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็กำลังผลักดันกฎหมาย พ.ร.บ. ส่งเสริมและคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี2565 นี้ด้วย