นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายโสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวถึงผลการสอบสวนโรค กรณีหญิงสาวชาวไทยที่เชียงใหม่ติดเชื้อโควิด-19 โดยพบติดเชื้อโควิด-19 วันที่ 26 พฤศจิกายนว่า
เป็นการติดเชื้อมาจากต่างประเทศ โดยข้อมูลมาถึงเที่ยงวันนี้(28พฤศจิกายน) พบว่า เป็นหญิง 29 ปี ไปทำงานที่ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 24 ต.ค. - 23 พ.ย.ที่ผ่านมา
มีอาการวันที่ 23 พ.ย. กินยาลดไข้เอง ในวันที่ 24 พ.ย. กลับมาไทย ตอน เวลา 05.00น.เข้ามาทาง อ.แม่สายจ.เชียงราย และไปในตัวเมืองเชียงรายโดยรถตู้ และขึ้นรถบัส มาจ.เชียงใหม่ เวลา 11.00 – 14.51 น.วันเดียวกัน
จากนั้นเรียกแกร็บ GRAB ไปส่งคอนโดมิเนียม และกลางคืนไปสถานบันเทิงกับเพื่อน 2 คน สูบบุหรี่ร่วมกัน
จากนั้น 02.00 น.ของวันที่ 25 พ.ย.พักที่คอนโดฯเพื่อน และดื่มสุราร่วมกัน 3 คน และออกจากคอนโดฯ กลับบ้านในวันเดียวกัน โดยใช้ แกร็บคาร์ (GRAB CAR) กลับคอนโดฯตัวเอง ช่วงกลางวันวันที่ 25 พ.ย. เวลา 13.00 น.
จากนั้นวันเดียวกันเวลา 15.30-20.30 น. ไปห้างสรรพสินค้า ดูหนัง จากนั้นเรียก GRAB กลับคอนโดฯ
และวันที่ 26 พ.ย. ผู้ป่วย ใช้บริการ GRAB เรียกรถไปส่งตรวจโรงพยาบาลเอกชน หลังมีอาการจมูกไม่ได้กลิ่นและถ่ายเหลว วัดอุณภูมิได้ 36.9 องศา ก่อนส่งเข้าตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลนครพิงค์ และผลตรวจยืนยันว่าพบเชื้อโควิด-19 เมื่อวานนี้ (27พฤศจิกายน)
ซึ่งหญิงวัย 29 ปีรายนี้ มีผู้สัมผัสเชื้อทั้งหมด 326 ราย โดยเสี่ยงสูง 105 ราย
แบ่งเป็น พื้นที่ จ. เชียงใหม่ ที่คอนโดฯผู้ป่วย คอนโดฯเพื่อน ห้างสรรพสินค้า และสถานบันเทิง 65 ราย และยานพาหนะ 40 ราย รวม 105 ราย ตั้งแต่ จ.เชียงราย และจ.เชียงใหม่
ส่วนเสี่ยงต่ำ 149 ราย
และผู้สัมผัสอื่นๆ อีก 72 ราย
ตัวแทนกระทรวงสาธารณสุข ระบุถึงการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุหญิงรายนี้จึงไม่ผ่านกระบวนการกักตัวตามมาตรการควบคุมโรค ส่วนจะต้องมีการปิดพื้นที่หรือไม่ เป็นเรื่องที่ทางจังหวัดและฝ่ายความมั่นคงในจังหวัดเชียงใหม่จะมีการชี้แจงในเวลา 15.00 น. ซึ่งคาดว่า น่าจะเป็นการลักลอบเข้าเมือง
กระทรวงสาธารณสุข ยังยืนยันว่า พื้นที่ชายแดนยังเป็นพื้นที่เสี่ยงของประชาชน และขอให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยจลอดเวลา พร้อมขอร่วมมือประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ที่ผู้ป่วยเดินทางตั้งแต่ออกจากเมียนมาถึงเชียงใหม่ ให้ไปตรวจหาเชื้อทันที