ตำรวจห้ามเจ้าชู้! โทษซุกกิ๊ก คบชู้ หนักว่า หนีภรรยา-สามี ไปสมรสใหม่ ถึงขั้นไล่ออกจากราชการ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เปิดกฎหมายตำรวจ กางโทษสีกากี มีกิ๊ก สมรสซ้อน ทิ้งคู่สมรส ผิดสัญญา มีความผิด แต่งงานแล้วมีชู้ซุกกิ๊ก โทษถึงไล่ออก

จากกรณีปรากฎข่าวจากโซเชียลมีเดีย กรณีตำรวจชั้นประทวน หนีภรรยาซึ่งจดทะเบียนสมรสกันไปแต่งงานใหม่ ภรรยาสวมชุดดำ และถือทะเบียนสมรสไปมวงถามในงาน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์วงกว้างนั้น

โฆษก ตร.เผย ตร.ผิดเชิงชู้สาวลงโทษได้ทันที

“ทนายเกิดผล” ชี้ สามีแต่งกับหญิงใหม่ ภรรยาฟ้องหย่าได้ ฝ่ายชายรับราชการเจอโทษหนัก

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เปิดเผยว่า จากกรณีปรากฏคลิปในสื่อสังคมออนไลน์ เหตุการณ์วุ่นวายในงานแต่งงาน เจ้าบ่าวสวมเครื่องแบบตำรวจประกอบพิธีนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งเจ้าบ่าวพึงจะคิดเองได้ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อตนเองและองค์กรอย่างไร 

โฆษก ตร. ยังกล่าวอีกว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีบทลงโทษทางวินัยอยู่แล้ว กรณีมีการกล่าวหาตำรวจกระทำผิดวินัย จะมีการสืบสวนข้อเท็จจริง รวบรวมพยานหลักฐาน หากพบว่ากระทำผิดจริง ก็จะถูกลงโทษทางวินัย ซึ่งมีการกำหนดบทลงโทษไว้แล้ว เช่น
 
1.ข้าราชการตำรวจเกี่ยวข้องกับหญิงอื่น หรือชายอื่น โดยที่ตนเองมีภรรยาหรือสามีอยู่แล้ว และเกิดเรื่องเสื่อมเสีย ลงโทษกักขัง 30 วัน

2.ได้หญิงหรือชาย เป็นภรรยาหรือสามี แล้วไม่เลี้ยงดู และเกิดเรื่องเสื่อมเสียหรือเสียหาย ลงโทษกักขัง 30 วัน

3.จดทะเบียนสมรสซ้อน ลงโทษกักขัง 30 วัน

4.ไม่เลี้ยงดูคู่สมรสและบุตร และไม่ยกย่องฐานานุรูป ลงโทษกักขัง 30 วัน

โฆษกตร.กล่าวว่า ซึ่งการประพฤติตนในลักษณะที่ไม่สมควร ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง แต่ถ้ามีพฤติกรรมอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น ทำหลายครั้ง หลอกเอาเงินทอง ใช้อำนาจหน้าที่บังคับข่มเหง กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง จะเป็นการกระทำผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งมีบทลงโทษที่หนักขึ้น

พล.ต.ต.ยิ่งยศ ระบุว่า กรณีที่ปรากฏเป็นข่าว ทางสภ.เมืองชัยนาท ต้นสังกัดตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว

ขณะที่ ตามมาตรฐานลงโทษวินัยไม่ร้ายแรง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ยังมีเพิ่มเติมว่า กรณี ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงในใบสำคัญ การหย่าเกี่ยวกับการอุปการะบุตร

ความผิดครั้งแรก ลงโทษภาคทัณฑ์

ความผิดครั้งที่สอง ไม่ว่า เป็นการหย่ารายเดียวกัน หรือไม่ก็ตาม ลงโทษ กักยาม 3 วัน

ความผิดครั้งที่สามและ ครั้งต่อไป ลงโทษ กักยาม 3 วัน และพิจารณาตั้งกรรมการ สอบสวนตาม ม.101 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547

แต่นอกจากนี้การประพฤติผิดในเรื่องความสัมพันธ์ฉันชู้สาวบางประเภทยังเข้าข่ายผิดวินัยร้ายแรงด้วย ตามมาตรฐานการลงโทษทางวินัย ที่ออกตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ

เป็นชู้ หรือ มีชู้ หรือมีพฤติการณ์เป็นชู้กับภรรยาหรือสามีผู้อื่น ระดับโทษ ปลดออกหรือไล่ออกตามความร้ายแรงของกรณี

ปลุกปล้ำกระทำการอนาจารภรรยาของผู้อื่น  ปลดออกหรือไล่ออกตามความร้ายแรงของกรณี

แหล่งข่าวระดับสูงในกองวินัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า กรณีเช่นนี้ หากผู้บังคับบัญชาพบเห็น รับทราบว่ามีตำรวจกระทำผิดวินัย ประพฤติไม่เหมาะสม ตาม 84 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ต้องตรวจสอบการกระทำผิดเบื้องต้น สืบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งผู้บังคับบัญชาจำพิจารณาก่อนหากเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่กระทบต่อบทบาทหน้าที่หรือไม่ ก็อาจไม่ดำเนินการทางวินัยก็ได้

แหล่งข่าวระบุว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีบทลงโทษที่ชัดเจนอยู่ เช่นหากพิจารณาว่าข้าราชการตำรวจผิดฐานจดทะเบียนสมรสซ้อน ก็ลงโทษกักขัง 30 วัน แต่ในกรณีจดทะเบียนสมรสซ้อนต้องดูว่าทางฝ่ายปกครองเอาผิดฐานแจ้งความเท็จด้วยหรือไม่ ถ้าถูกดำเนินคดีถึงที่สุด จะต้องถูกลงโทษทางวินัยหนักขึ้น อย่างไรก็ตามการเป็นชู้ เป็นความผิดที่ร้ายแรงกว่า และต้องโทษประพฤติชั่วร้ายแรง ผิดวินัยร้ายแรง 

 

 

 

TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ