สภาพความเป็นอยู่ของ เด็กชายเอกรินทร์ แก้วกิจจา หรือ “น้องกิ้ง” อายุ 13 ปี ที่มีน้ำหนักตัวถึง 200 กิโลกรัม ด้วยน้ำหนักตัวที่มาก ทำให้ “น้องกิ้ง” เป็นเด็กขี้ร้อน ต้องคอยใช้สายยางฉีดน้ำรดตัวอยู่ตลอด จึงต้องเปลือยกาย และออกมาอาศัยอยู่ที่เพิงไม้เก่าข้างบ้านแทน เพื่อจะได้ไม่ต้องลุกเดินไปมา
นอกจากน้ำหนักตัวที่มากผิดปกติแล้ว “น้องกิ้ง” ยังพิการเป็นออทิสติก พูดไม่ได้ มีเพียง นายเฉลียว แจ่มประแดง อายุ 80 ปี ซึ่งเป็นตาคอยดูแล
ญาติเล่าว่า “น้องกิ้ง” กำพร้าแม่มาตั้งแต่ 3 ขวบ เพราะแม่ป่วยเป็นโรคมะเร็งในสมอง ส่วนผู้เป็นพ่อก็มีครอบครัวใหม่ “น้องกิ้ง” จึงอยู่กับตากับยายมาตั้งแต่เล็ก ซึ่งช่วงอายุ 3 ขวบ “น้องกิ้ง” ก็ปกติเหมือนเด็กปกติทั่วไป แต่พอเริ่มอายุ 4 ขวบ ก็พบว่าป่วยเป็นออทิสติก พูดไม่ได้
แต่ “น้องกิ้ง” จะกินเก่งมาก คือ กินข้าวมื้อละ 2 จาน กินขนม และนมวันละ 4-5 กล่อง ถ้าวันไหนไม่ให้กิน หรือ ไม่อิ่ม ก็จะอาละวาด ร้องไห้ส่งเสียงดัง จนเริ่มน้ำหนักตัวมากขึ้น
ด้วยความที่ “น้องกิ้ง” ป่วยและยังกำพร้าพ่อแม่ ทำให้ทั้งตาและยาย ก็เอ็นดูตามใจหลาน ให้กินข้าวมื้อละ 2 จานใหญ่ๆ รวมถึงขนมนมเนย จนน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะ ช่วง 3-4 ปีหลังมานี้ หลานชายกลายเป็นคนที่มีหนักตัวเกินกว่า 200 กิโลกรัม และต้องใช้ชีวิตอย่างลำบาก จะเดินจะนอนก็ไม่เหมือนปกติ ยิ่งเวลาจะนอนต้องใช้วิธีการนั่งหลับ เพราะถ้านอนหงาย จะหายใจติดขัด
ที่สำคัญตอนนี้ ไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้ เพราะเหนื่อยง่าย ทุกวันนี้จึงต้องออกมาบริเวณเพิงไม้เป็นส่วนใหญ่
นอกจากนี้ “น้องกิ้ง” ยังมีปัญหาทางจิต ที่ผ่านมาตาจะพาไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการ แต่ระยะหลัง “น้องกิ้ง” ไม่ยอมไป เพราะเวลาไปหาหมอจะต้องนั่งท้ายกระบะ ทำให้ร้อนและขึ้นลงลำบาก ทางครอบครัวก็ฐานะยากจน จึงปล่อยเลยตามเลย
เมื่อวันที่ 13 เมษายน ยายของน้องกิ้งก็เพิ่งเสียชีวิตลง ทำให้เหลือตาเพียงคนเดียว ที่ดูแล “น้องกิ้ง” เบื้องต้นทางผู้ใหญ่บ้านจึงส่งเรื่องราวไปขอความช่วยเหลือจาก มูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ให้รับตัว “น้องกิ้ง” ไปรักษา
ล่าสุดวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ ได้นำสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมถึงเงินจำนวนหนึ่ง มาช่วยเหลือครอบครัวของ “น้องกิ้ง” แล้ว หากผู้ใจบุญต้องการจะช่วยเหลือก็สามารถประสานไปได้ยังมูลนิธิปวีณาฯ