ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เตรียมแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้ เรื่อง "แนวทางจัดสรร วัคซีนทางเลือก "ซิโนฟาร์ม" ขณะที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ว่าด้วยการให้บริการทางการแพทย์ และการสาธารณสุข สามารถนำเข้า ยา วัคซีน และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ได้ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 ประกาศฉบับนี้ เผยแพร่ผ่านราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 26 พฤษภาคมเป็นต้นไป มีใจความโดยสรุปว่า
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สามารถให้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุข ตลอดจน จัดหา ผลิต ขาย หรือนำเข้า ขึ้นทะเบียนยา วัคซีน เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และสิ่งอื่นที่จำเป็น เพื่อให้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขแก่ประชาชน ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือผู้ยากไร้ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 และสถานการณ์ฉุกเฉินอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
ในการดำเนินการ จะคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นสำคัญ และให้พิจารณาให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล
ทั้งนี้ การให้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขแก่ประชาชน ก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นการบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขแก่ประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19
ประกาศ ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2564 ลงชื่อ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
ซึ่งวันนี้ ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ก็ได้อธิบายเพิ่มเติม ผ่านเฟบุ๊กว่า๑. การที่ราชวิทยาลัยฯ จะมาช่วยจัดหาวัคซีน”ตัวเลือก”มาให้นั้น เมื่อวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทยสามารถผลิตและใช้ได้อย่างเพียงพอในการป้องกันการระบาด ทางราชวิทยาลัยจะค่อยๆ ลดปริมาณวัคซีน”ตัวเลือก”นี้ลง เช่นเดียวกับ ยา และเวชภัณฑ์อื่นๆที่สามารถผลิตได้ในประเทศ ราชวิทยาลัยสนับสนุนผลิตภัณฑ์ในประเทศ โดยคำนึงถึงสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ
๒. สำนักงานราชวิทยาลัยที่เป็นส่วนงานยังต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องการผลิต นำเข้า ร่วมทั้งการให้อนุญาตเรื่องผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินนี้
๓. ประกาศที่ได้ประกาศไปนี้เป็นการประกาศตามภารกิจของราชวิทยาลัยตามพรบ.จัดตั้งราชวิทยาลัย อันเป็นภารกิจปกติ
๔. ในส่วนของประกาศนี้นั้น เป็นไปตามความเห็นของสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักของประเทศ โดยใช้ศักยภาพของราชวิทยาลัยในเรื่องวิชาการ วิจัย และการประสานงานติดต่อกับต่างประเทศ
๕. ราชวิทยาลัยฯ และกระทรวงสาธารณสุข ทำงานประสานงานกันในเรื่องต่างๆ มาก่อนหน้านี้นานแล้ว เพื่อสุขภาพและการสาธารณสุขที่ดีของประเทศไทย
และในวันพรุ่งนี้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้เชิญสื่อมวลชนเข้ารับฟังแถลงข่าว แนวทางการจัดสรร และนำเข้าวัคซีนทางเลือก “ซิโนฟาร์ม” โดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)”
สำหรับ การออกประกาศของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อนำเข้าวัคซีนทางเลือก “ซิโนฟาร์ม” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ยอมรับว่า ยังไม่ได้พูดคุยกับทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ทราบเพียงว่าทางราชวิทยาลัยฯ จะมีการแถลงรายละเอียดในวันพรุ่งนี้้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงยังทำหน้าที่ตามภารกิจตามกฎหมาย ที่ระบุเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่มีเรื่องไหนที่ประชาชนจะต้องกังวลใจ หากทุกหน่วยงาน องค์กรจะเข้ามาช่วยทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน เราพร้อมสนับสนุน
และในมุมของแพทย์ ต่อ การที่เราจะมี ชิโนฟาร์มเข้ามาเป็นวัคซีนทางเลือก ถือว่าเป็นข่าวดี เช่น ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า น่าจะเป็นข่าวดี ที่ชิโนฟาร์มที่เป็นของรัฐบาลจีนโดยตรงจะเข้ามา
เพราะมีข้อมูลว่าสามารถที่จะกระตุ้นได้ทั้งสองระบบ คือภูมิคุ้มกันในน้ำเหลืองซึ่แม้จะไม่สูงเท่าวัคซีนเทคนิคใหม่อย่าง mRNA แต่มีข้อมูลว่าสามารถกระตุ้นระบบเซลล์ได้และมีความหมายที่ระบบนี้ คือตัวสำคัญในการลดความรุนแรงเมื่อไวรัสไปอยู่ที่อวัยวะสำคัญต่างๆ เช่นในถุงลมและในปอด
และนอกจากนั้นระบบเซลล์จะยังคงอยู่นานกว่าภูมิคุ้มกันในน้ำเหลือง และจากการที่วัคซีนเชื้อตายมีส่วนประกอบของไวรัสทั้งที่หนาม ที่เปลือกและแกนใน จะทำให้มีการป้องกันไวรัสที่กลายออกไป ทั้ง สายแอฟริกัน อินเดียหรือสายอื่นๆ
คุณหมอ ธีระวัฒน์ ย้ำว่า ไม่ได้หมายความว่าวัคซีนอื่นไม่มีลักษณะเช่นนี้ แต่ด้วยส่วนประกอบ และกระบวนการผลิตโบราณ ทำให้ชดเชยในเรื่องของระดับภูมิคุ้มกันในน้ำเหลือง