ลูกปัด เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า 50 ปีก่อน พ่อของเธอเป็นผู้บุกเบิกปางช้างที่แรกของพัทยา จนเป็นที่โด่งดังในชื่อหมู่บ้านช้างพัทยา เป็นปางช้างที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ก่อนเธอจะมารับช่วงดูแลต่อ จนมาช่วง 2 ปีก่อนประสบกับวิกฤตโควิด19 นักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยลง
ปี 63 จึงมีไอเดีย เปิด ร้านคาเฟ่ ชื่อว่า “มองช้างคาเฟ่” เป็นที่รู้จักและเป็นคาเฟ่ที่มีมุมถ่ายรูปยอดนิยมของพัทยา
ผ่านไปไม่นานโควิดรอบ 3 กลับมา นักท่องเที่ยวไม่มาเที่ยว ร้านคาเฟ่ถูกสั่งห้ามนั่ง รายได้กลายเป็นศูนย์ สวนทางกับรายจ่ายที่ต้องแบกรับภาระวันละ 40,000-70,000 บาท
ทั้ง ค่าอาหารช้าง 13 ตัว แต่ละตัวต้องกินอาหารถึง 200 กิโลกรัม ต่อวัน อาหารสัตว์อื่นๆ ค่ายา ค่าน้ำค่าไฟ และ ค่าจ้างพนักงาน 30 คน ทำให้แต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1 ล้านบาท
สำหรับที่ดิน 38 ไร่ ที่นำไปฝากขาย ลูกปัดได้เงินมาประมาณ 35 ล้านบาท ใช้จ่ายสำหรับพยุงกิจการให้เดินต่อ แต่สุดท้ายก็ยื้อไม่ไหว ไม่สามารถนำเงินไปไถ่คืนที่ดินได้ ตอนนี้ที่ดิน 24 ไร่ ถูกยึดไปแล้ว เหลืออีก 14 ไร่ ผู้รับขายฝากให้เวลา 1 ปีเพื่อนำเงินมาไถ่คืน
เจ้าของหมู่บ้านช้างพัทยา ยังบอกอีกว่า ตอนนี้มีรายได้แค่ 3 ทาง คือจากร้านมองช้างคาเฟ่ ที่ขายเครื่องดื่ม ได้วันละ 1,000-2,000 บาท เงินบริจาค (กล่องรับบริจาค) ได้วันละ 500-1,000 บาท และการไลฟ์ขายกล้วย เต้นคาบาเร่โชว์ ได้วันละ 2,000-3,000 บาท ซึ่งก็ต้องไลฟ์ทุกวันเพื่อหารายได้ซื้ออาหารให้ช้าง ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย แม้ตอนนี้เหมือนจะเจอทางตันแต่เธอและครอบครัวก็จะไม่ท้อขอสู้ต่อเพราะไม่สามารถทิ้งช้าง ทิ้งสัตว์ที่กันมาตั้งแต่เกิดได้
หากใครต้องการช่วยเหลือหรือสมทบทุน ให้อาหารช้างสามารถเข้าไปติดตามได้ที่เพจ facebook มองดูช้างคาเฟ่