ในช่วงเดือนกันยายน เป็นการนำร่องยกระดับมาตรการป้องกันควบคุมโรคสำหรับองค์กร หรือ covid free settings หลังจากที่มีการปิดกิจการมานาน ซึ่งมาตรการดังกล่าวยังไม่เคร่งครัดเต็มรูปแบบ แต่เมื่อเข้าเดือนตุลาคม ทุกร้านค้า ที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า ต้องดำเนินการตามมาตรการนี้อย่างเคร่งครัด เช่น พนักงานภายในร้านจะต้องรับวัคซีนครบ 2 เข็ม/ มีการตรวจด้วยชุดตรวจคัดกรองโควิด-19 ด้วยตัวเอง หรือ ATK ทุก7 วัน
หากพนักงานยังรับวัคซีนไม่ครบโดส จะต้องมีการตรวจด้วยชุดตรวจโควิด 19 ด้วยตัวเอง และประเมินความเสี่ยงก่อนปฏิบัติงาน ส่วนผู้ใช้บริการก็ต้องปฏิบัติตัวตามมาตรการสาธารณสุขเช่นเดิม พร้อมกับต้องปฏิบัติตามมาตรการ covid free settings ด้วย
สำหรับ covid free settings ก็มีวัตถุประสงค์หลังในการป้องกันโควิด 19 ไม่ให้แพร่กระจาย และสุขอนามัยของคนที่ไปใช้บริการ ประกอบ ด้วย 3 ด้านหลัก คือ
1.สิ่งแวดล้อม
- ทำความสะอาดพื้นผิวจุดสัมผัสร่วม เช่น ปุ่มกดลิฟต์ ราวจับบันไดเลื่อน ราวจับรถเข็น ที่จับประตู รวมทั้งห้องส้วม ทุก 1-2 ชั่วโมง
- จัดให้มีภาชนะรองรับขยะมูล มีฝาปิดมิดชิดและแยกมูลฝอยแต่ละประเภทออกจากกัน
- มีการระบายอากาศที่ดีทั้งในอาคารและในห้องส้วม ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 800 ppm
- กรณีที่มีศูนย์อาหาร ควรจัดภาชนะ เครื่องปรุงเป็นชุดสำหรับลูกค้าแต่ละคน
- มาตรการด้านการรักษาระยะห่าง จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการ และจำกัดเวลาการใช้บริการในห้างฯไม่ควรเกิน 2 ชั่วโมง
2.ผู้ให้บริการ
- จัดให้พนักงานทุกคน เน้นกิจการที่มีความเสี่ยง เช่น ร้านอาหาร ร้านตัดผม ร้านนวด-สปา คลินิกเสริมความงาม ต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์ หรือมีหลักฐานกรณีประวัติการติดเชื้อมาก่อนแล้ว อยู่ในช่วง 1 - 3 เดือน
- พนักงานต้องมีการคัดกรองความเสี่ยงทุกวันด้วยแอพพลิเคชัน ไทยเซฟไทยและมีการตรวจ ATK ทุก 7 วัน
3. ผู้รับบริการ
- ให้มีการลงทะเบียนก่อนเข้าและก่อนออกจากสถานที่
- คัดกรองความเสี่ยงผู้ใช้บริการก่อนเข้าสถานที่ด้วย ไทยเซฟไทย
- ผู้รับบริการที่จะเข้านั่งกินอาหารในร้านภายในห้าง ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำสำหรับร้านอาหาร โดยให้แสดงผลการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์หรือมีหลักฐานกรณีประวัติการติดเชื้อมาก่อนแล้ว อยู่ในช่วง 1-3 เดือน หรือมีผล ATK เป็นลบไม่ภายในระยะเวลา 7 วัน