จากอิทธิพล ของดีเปรสชัน 'เตีี้ยนหมู่' ที่ส่งผลให้ฝนตกหนักมากในหลายพื้นที่ทั่วภูมิภาค น้ำท่วมหนักหลายพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และเริ่มมีการแจ้งเตือนจากหน่วยต่างๆ ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมชลประทาน
เกิดความกังวล ว่า น้ำท่วม 2564 จะซ้ำรอย น้ำท่วม 2554 เมื่อ 10 ปี ก่อนหรือไม่
นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในช่วงปี 2554 โพสต์ในเฟซบุ๊ก "ปีนี้น้ำไม่ท่วมใหญ่แน่นอน"
นายปลอดประสพ สุรัสวดี ให้ความเห็นว่า ในเฟซบุ๊ก Plodprasop Suraswadi
มีคนถามมามากว่าช่วยวิจารณ์หน่อยปีนี้น้ำจะท่วมใหญ่เหมือนปี 54 หรือไม่ จึงขออธิบายแบบเอาปี 54 เป็นตัวหลัก แล้วเอาสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไปเทียบเคียง
1. ปี 54 ฝนมาเร็วกว่าปกติ (มี.ค.) และปริมาณฝนทั้งปีมากถึง 2257 ม.ม. ซึ่งถือว่ามากที่สุดในรอบ 70 ปี มากกว่าปีปัจจุบันถึง 35% ซึ่งมีฝนเพียง 1300 ม.ม. เท่านั้น
2. ปี 54 มีพายุถึง 5 ลูก ขณะที่ปีนี้มีพายุเล็กๆลูกเดียว
3. ปี 54 มีร่องมรสุม (ร่องฝน) ยาว 6 เดือนตั้งแต่เดือน พ.ค. จนถึง ต.ค. แต่ปีนี้ร่องฝนเกิดสั้นๆและก็หายไปแล้ว (แต่ก็อาจเกิดใหม่ได้)
4. ปี 54 อ่างเก็บน้ำเกือบทุกอ่างมีน้ำมากกว่า 90% มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 53 ส่วนขณะนี้มีน้ำต่ำกว่า 50% เป็นส่วนใหญ่ (แปลว่าหากมีฝนมาอีกยังสามารถเก็บกักหรือชะลอไว้ได้)
5. ปี 54 น้ำท่วมมากถึง 65 จังหวัด โดยเฉพาะแม่น้ำยมมีน้ำมากถึง 6000 ล้านลูกบาศก์เมตร (มากที่สุดเท่าที่เคยมี) แต่ในปัจจุบันเป็นการท่วมเฉพาะจุด (localized)
6. ปี 54 น้ำจำนวนมากกว่าความจุของเขื่อนภูมิพล 8-10 เท่า ไหลทั้งตามลำน้ำและแผ่เข้าที่ราบลุ่มแล้วหลากผ่านภาคกลางและกทม.เพื่อ ลงทะเลในช่วงน้ำทะเลขึ้นสูงสุด ในขณะที่ปัจจุบันน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังต่ำกว่าตลิ่งอยู่มาก
7. ปี 54 น้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามีมากมหาศาลถึง 3000 - 4000 ลูกบาศก์เมตร/วินาที แต่วันนี้มีน้ำไหลระหว่าง 1500-2000 ลบ.ม./วินาทีเท่านั้น (เกือบปกติ)
"โดยสรุปก็คือ พายุหรือฝนปีนี้ถือว่าธรรมดามากเปรียบเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2554 (พูดแบบสนุกขำขันก็คือช้างกับไก่) แต่ที่ท่วมตอนนี้มีลักษณะเป็นจุดๆไม่ได้แผ่ไปในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ
ดังนั้น จึงขอพูดด้วยความมั่นใจว่า ปีนี้น้ำไม่ท่วมใหญ่โดยเฉพาะกทม.แน่ แต่ก็ต้องขอร้องว่า อย่าไปสั่งเจ้าหน้าที่เขาว่า ที่ไหนท่วมได้ ที่ไหนท่วมไม่ได้ หรือที่ใดควรระบายน้ำไปก่อนหรือหลังเด็ดขาด
การไปเยี่ยมเยียนก็เช่นกันควรจะไปตอนฟื้นฟูดีกว่าที่จะไปตอนเผชิญเหตุ เพราะช่วงดังกล่าวเจ้าหน้าที่เขาต้องลงพื้นที่ช่วยเหลือราษฎร และราษฎรส่วนใหญ่ก็ไม่สะดวกที่จะเดินทางมา
ด้วยเห็นกับประโยชน์ส่วนรวม ขอท่องมนต์ที่รัฐบาลท่านนายกยิ่งลักษณ์ใช้แก้ปัญหาการระบายน้ำสัก 8 ข้อให้ฟัง
1. ป่าและดินที่ดีจะช่วยซับน้ำ
2. เขื่อน ณ จุดที่เหมาะสมจะช่วยเก็บและชะลอน้ำ
3. สู้ไม่ได้ให้ปิดกั้นเสีย (เมือง นิคมฯ)
4. ระหว่างทางน้ำไหลต้องมีแก้มลิง
5. ลำน้ำบางจุดต้องมีคัน
6. ต้องมีระบบระบายน้ำ (ขณะนี้มีแต่ระบบส่งน้ำ)
7. คลังข้อมูลต้องหลากหลายและใช้ได้ทันที
8. องค์กรบริหารต้องมีประสิทธิภาพ
ปีนี้ประเทศไทยอยู่ภายใต้ภาวะลานีญ่า คือลมจากมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกจะนำความชื้นมาทางตะวันตก (ประเทศไทย) เพราะฉะนั้นอย่าประมาท อะไรก็อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะภาคใต้ในช่วงปลายปี
รัฐบาลต้องป้องกันนำ้ท่วมให้ได้ ในการนี้แม้ผมจะไม่ค่อยชอบในบางมุมของท่านนายกประยุทธ์นัก แต่เพื่อความสุขของประเทศและประชาชนไทย ผมก็จะสวดมนต์ขอพรให้(ตามคำขอ) "