แม่ปัดบังคับลูกขอทาน แค่โชว์เป่าขลุ่ย ยันป่วยซึมเศร้า-ไบโพลาร์ พม.รุดช่วยแล้ว

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ถึงแม่ลูกคู่หนึ่ง ที่แม่พาลูกไปนั่งขอทานหน้าวัดซอยสามัคคี จ.ปทุมธานี พร้อมเขียนป้ายระบุขอทุนการศึกษาและยายป่วยติดเชื้อHIV โดยตัวแม่เองได้ไปนั่งหลบดูลูกอยู่หลังประตูวัดปล่อยให้ลูกนั่งขอทาน ซึ่งผู้โพสต์ระบุว่าจากอาการของเด็กเหมือนไม่ค่อยเต็มใจที่จะมานั่งขอทาน เมื่อทีมข่าวไปลงพื้นที่ตรวจสอบ แต่ก็ไม่พบตัว จนล่าสุดวันนี้ทีมข่าวได้รับการติดต่อจากแม่เด็กเพื่อชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2564 ทีมข่าวเดินทางไปที่บ้านสองแม่ลูก ในย่านรังสิต เมื่อไปถึงพบว่าเป็นบ้านห้องแถวครึ่งปูนครึ่งบ้าน ด้านในมีเพียงเตียงนอน ตู้เย็น เสื้อข้าวของเครื่องใช้ และห้องน้ำ ซึ่งบ้านหลังนี้ น.ส.นุช (นามสมมติ) 36 ปี แม่ และ ด.ช.บอย (นามสมมติ) อายุ 11 ปี อาศัยอยู่กัน 2 คนแม่ลูก

น.ส.นุช เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า อาศัยอยู่บ้านหลังนี้ได้ประมาณ 1 ปีแล้ว เพราะมีผู้ใจบุญให้อยู่ฟรี จ่ายแค่ค่าน้ำค่าไฟ ซึ่งตนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และไบโพลาร์ ต้องกินยารักษาอยู่ตลอดหางานทำไม่ได้

จึงต้องให้ลูกไปนั่งเปิดหมวดเป่าขลุ่ยหาเงิน ซึ่งสิ่งที่ทำก็ไม่ได้บังคับลูก ไม่เคยให้ลูกอดอาหาร หรือ เหนื่อยจนเกินไป ทำแค่วันละ 2-3 ชม. ก็กลับบ้าน แต่ยอมรับว่าไม่ได้ไปนั่งอยู่กับลูกเพราะตัวเองไม่มีบัตรขออนุญาตเปิดหมวก ส่วนภาพที่เห็นว่าเธอนั่งสูบบุหรี่ยอมรับสูบจริงเพราะช่วงนี้เครียด

ทั้งนี้ น.ส.นุช ยืนยันว่า มีบัตรประจำตัวผู้ป่วยจิตเวช และลูกชายก็มีบัตรประจำตัวเพื่อขออนุญาตเปิดหมวก (บัตรผู้แสดงความสามารถ) ซึ่งที่พาลูกไปเป็นการเปิดหมวกไม่ได้เป็นการขอทาน และไปเฉพาะวันที่ลูกว่างจากการเรียนหนังสือเท่านั้น ส่วนเงินที่ได้มาแต่ละวันไม่ถึงพันบาท ได้แค่ 200-300 บาทเท่านั้น ซึ่งก็จะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน ทั้งค่าอาหาร ค่าน้ำมันรถจักรยานยนต์ วันละประมาณ 150 บาท ค่าน้ำค่าไฟ เดือนละ 500 บาท ค่าเติมเงินมือถือ 300 บาท แต่บางวันก็พอแบ่งเบาภาระได้บ้างเพราะไปขอกับข้าวจากวัดมากินได้ 2-3 วัน ก็จะประหยัดเงินไป หลังเป็นข่าวตอนนี้เริ่มโดนทัวร์ลงอยากให้ทุกคนเข้าใจว่าไม่ได้บังคับลูกขอให้อย่าเข้าใจผิด

ทีมข่าวได้คุยกับ ด.ช.บอย (นามสมมติ) บอกว่า เริ่มเปิดหมวกช่วยแม่หาเงินตั้งแต่อยู่ชั้น ป.3 ด้วยการเป่าขลุ่ยแต่ตัวเองเป่าขลุ่ยไม่เป็นก็ฝึก ๆ ไป ยอมรับว่าบางวันก็เหนื่อยบ้าง หิวบ้าง งอแงบ้าง แต่ก็อยากช่วยแม่หาเงิน ยืนยันว่าแม่ไม่ได้บังคับให้ไปนั่ง ตอนนี้เรียนออนไลน์อยู่ชั้น ป.5 จะไปนั่งเปิดหมวกเฉพาะเวลาว่างเท่านั้น

ขณะที่ในช่วงบ่ายที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็กและครอบครัว พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ปทุมธานี พร้อม กับเทศบาลคลองหลวง ลงพื้นที่บ้าน 2 แม่ลูกเพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหา โดยจากการตรวจสอบพบว่า การเปิดหมวกไม่มีความผิด  แต่จากการตรวจสอบใบอนุญาตประกอบการที่ไว้สำหรับขออนุญาตนั่งเปิดหมวกในพื้นที่ ตอนนี้หมดอายุแล้ว และเป็นการขอเพียงในเขตด้านหน้าห้างย่านรังสิตเท่านั้น ไม่ได้ขออนุญาตบริเวณวัดซอยสามัคคี

เจ้าหน้าที่จึงแนะนำว่าหากจะนั่งเปิดหมวกจุดไหนต้องขออนุญาตในจุดนั้นก่อน ส่วนกรณีที่ให้ลูกนั่งเปิดหมวกคนเดียวโดยไม่มีแม่อยู่ด้วย เป็นประเด็นที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนเนื่องจากสังคมอาจมองว่าหากแม่ไม่มานั่งอยู่กับลูกอาจเป็นการบังคับหรือใช้งานเด็กได้ จึงแนะนำให้แม่มานั่งอยู่กับลูกตลอดการเปิดหมวก

นอกจากนี้ยังต้องเป็นที่นั่งที่อยู่ในจุดปลอดภัย รวมทั้งเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้เด็กมีเวลาเรียนหนังสือ ไม่บังคับเด็ก ส่วนการช่วยเหลือด้านอื่น ก่อนหน้านี้ทาง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ปทุมธานี ได้มอบเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท และมอบถุงยังชีพให้เบื้องต้นแล้ว ซึ่งหลังจากนี้หาก น.ส.นุช ต้องการหางานทำทาง พม.และเทศบาลก็ยินดีจะช่วยเหลือหางานที่ทำได้ให้ทำ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ