หมอแนะ 5 วิธีป้องกันอันตรายจากคนเสพยาเสพติด ที่พ่อแม่ คนใกล้ชิดควรทำ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ยาเสพติด คือสารอันตรายที่ทำให้ผู้ขาดสติด มีพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง ดังนั้นคนในครอบครัว ต้องระมัดระวังตนเอง และถ้าทราบให้รีบพาผู้เสพไปพบแพทย์ เพื่อเข้ากระบวนการรักษาทันที

ด้วยปัจจุบัน ยังคงมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการทำรุนแรงในครอบครัว โดยสาเหตุมาจากการใช้ยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายร่างกาย พ่อแม่ หรือบุคคลในครอบครัว  ซึ่งเป็นผลจากการที่ร่างกายได้รับยาและสารเสพติดเป็นระยะเวลานาน จนเข้าไปทำลายสมองงในส่วนที่ควบคุมการใช้ความคิด ส่งผลให้สมองส่วนอยากอยู่เหนือสมองส่วนคิด ผู้เสพจึงทำอะไรตามใจ  ตามอารมณ์ แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ก้าวร้าว หงุดหงิด เกิดอาการทางจิตประสาท ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ หมกมุ่นและจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เสพยา 

นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ จึงได้แนะนำพ่อแม่ ผู้ปกครองหรือบุคคลในครอบครัว ควรปฏิบัติตัวผู้เสพดังนี้ 
1. คุยบอกกล่าวถึงอันตรายและผลที่จะเกิดจากการใช้ยา 
2. ระมัดระวังตนเอง
3. หมั่นสังเกตพฤติกรรมผู้เสพ 
4. หากพบมีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อหาทางช่วยเหลือ
5. รีบพาไปปรึกษาแพทย์ เพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา 

โดยสามารถขอรับคำปรึกษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือเข้ารับการบำบัดได้ที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลาและปัตตานี 

WHO อนุมัติฉุกเฉินแล้ว วัคซีนโควิด-19 แอสตร้าเซเนก้า "ล็อตผลิตในไทย"

นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กล่าวเพิ่มเติมว่า  สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) เป็นหน่วยงานหลัก ของกรมการแพทย์ ที่ให้การบำบัดรักษาผู้ติดยาและสารเสพติด ซึ่งกระบวนการบำบัดรักษาไม่ได้ยุ่งยากหรือน่ากลัวอย่างที่หลายคนเข้าใจ ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลจากแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยาและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน ซึ่งการบำบัดรักษามี 2 รูปแบบ คือ 

     - แบบผู้ป่วยนอก รักษาในรูปแบบกาย จิต สังคมบำบัดแบบไปกลับ ใช้กระบวนการรักษาทางกาย การปรับเปลี่ยนความคิด พฤติกรรม 

    - แบบผู้ป่วยใน เน้นกระบวนการบำบัดให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจให้เข้มแข็ง มีครอบครัวเป็นหลักสำคัญ 

ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบจะได้รับการดูแลจากแพทย์และทีมสหวิชาชีพ ให้การบำบัดรักษาอาการขาดยา รวมถึงภาวะแทรกซ้อนทางกาย ทางจิต โดยการให้ยาจนอาการดีขึ้นและให้การฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย และจิตใจ ผู้ป่วยจะได้เรียนรู้การใช้กระบวนการทางจิตวิทยาในการแก้ไขปัญหา การเสริมสร้างพลังใจให้เข้มแข็ง รู้จักหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธยาเสพติด รวมถึงการปรับตัวให้เข้ากับสังคม ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เจตคติในการเลิกเสพยาเสพติดได้ ใช้เวลาในการบำบัดรักษาอย่างน้อย 3 – 4 เดือน และติดตามดูแลช่วยเหลือหลังผ่านการบำบัดประมาณ 1 ปี  เพื่อไม่ให้กลับไปเสพซ้ำอีก 

บริษัทซิลลิคฯ แถลงยืนยัน พ.ย. นี้ "วัคซีนโควิด-19 โมเดอร์นา มาแน่"

นอกจากนี้ สบยช. ยังให้ความสำคัญกับการฝึกวิชาชีพต่างๆ เช่น เสริมสวยหญิง ตัดผมชาย งานเกษตร งานคอมพิวเตอร์ โดยผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถนำไปประกอบอาชีพ เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ 

ทั้งนี้หากประสบปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดสามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนยาเสพติด 1165 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pmnidat.go.th
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ