พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ แถลงการจับกุม น.ส.ชนกนันท์ หรือนัดดา ตุ้มเขียว อายุ 27 ปี สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ได้มีนายนรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ กล่าวหา น.ส.ชนกนันท์ ว่าได้หลอกลวงและฉ้อโกงเงินไปกว่า 10 ล้านบาท
นายนรศักดิ์ เล่าว่า ตนกับ น.ส.นัดดา รู้จักกันทางเฟชบุ๊ก เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 64 ที่ผ่านมา หลังจากรู้จักกัน ฝ่ายหญิงขอยืมเงิน ในห้วง 1 เดือนได้โอนเงินเข้าไปให้กว่า 200,000 บาท
กระทั่งฝ่ายหญิงมาคุยว่าจะยอมแต่งงานด้วย และได้นัดหมายจะสู่ขอกันที่ จ.ชัยนาท เพราะมีบ้านญาติอยู่ที่นั่น แต่มีปัญหา เพราะถูกกักตัวโควิดที่กรุงเทพฯ จึงขอนัดหมายกันที่สถานีขนส่งหมอชิต
ตนจึงนั่งรถทัวร์จากบุรีรัมย์ไปคนเดียว เมื่อไปถึงที่สถานีหมอชิต พบ น.ส.นัดดา มาพร้อมกับหญิงสาวอีกคน บอกว่าเป็นป้า พอเจอหน้าครั้งแรก รู้เลยว่า”ไม่ตรงปก”เพราะหน้าในโปรไฟล์ กับตัวจริงไม่เหมือนกัน แต่รับได้
จากนั้นจึงทำพิธีผูกข้อไม้ข้อมือกันที่สถานีขนส่งหมอชิต ตนจึงมอบทองให้ไป 2 บาท จากนั้นน้องนัดดา ได้เดินทางมาด้วยที่ จ.บุรีรัมย์ มาอยู่ที่บ้านประมาณ 4 วัน แล้วกลับบ้านที่ สุโขทัย
ต่อมาเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ได้ตรวจสอบบัญชี พบว่าระหว่างวันที่ 19-30 มิถุนายน มีการโอนเงินออกไปหลายครั้ง รวมเป็นเงิน 2,600,000 บาท และมารู้ว่าฝ่ายหญิงเอาโทรศัพท์โอนเข้าบัญชีของตัวเองและของญาติ จึงเข้าไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ประโคนชัย
ทั้งนี้ นายนรศักดิ์ เล่าด้วยว่า ฝ่ายหญิง ได้โทรมาบอกว่า”จะเป็นครอบครัวกันแล้วทำไมถึงแจ้งความ” พร้อมกับบอกว่าที่ดินของตนที่มีอยู่ 9 ไร่ ฝ่ายหญิงจะขายได้ถึง 16 ล้านบาท แล้วจะเอามาสร้างครอบครัวด้วยกัน
รวบหนุ่มคลั่งปีนรถเก๋ง 3 แม่ลูก ทุบกระจกแตก
แม่ค้าร้อง กู้เงินปลูกบ้าน 2 ล้าน แต่ผู้รับเหมาสร้างไม่เสร็จ
สุดท้ายมารู้ว่าที่ดินขายได้เพียง 7,500,000 บาท แล้วเอาเงินเข้าบัญชีฝ่ายหญิงไปหมดแล้ว พอทราบเรื่องคิดอย่างเดียวว่าจะเอาเรื่องจนถึงที่สุดและเมื่อมาเห็นน้องนัดดา ถูกคุมขัง รู้สึกสงสารและเห็นใจ จึงไปเอาผ้าห่มกับพัดลมมาให้ ยอมรับว่าเป็นห่วง เพราะตนไม่เคยมีครอบครัว ถ้ารักใครรักจริง สำหรับน้องนัดดา ตั้งแต่รู้จักกันมาประมาณ 5 เดือน ยังไม่เคยแตะต้องตัวแม้ปลายเล็บ