เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2564 นางสาวณัฐภรณ์ เรืองภู เจ้าของบ้าน พาทีมข่าว PPTV เดินดูบริเวณชั้น 2 ของตัวบ้าน แล้วโยกระเบียงกั้นระหว่างบันไดและชานพักที่ชั้น 2 จะเห็นได้ชัดว่าแม้ไม่ได้ออกแรงมาก แต่ระเบียงมีการโยก เนื่องจากน็อตที่ยึดติดพื้นค่อนข้างหลวม ทำให้เธอกังวลว่าลูก ๆ จะวิ่งเล่นแล้วชนระเบียงจนตกบันไดลงไปชั้นล่าง และยิ่งตอกย้ำความรู้สึกผิดหวังกับโครงการบ้านจัดสรรแห่งนี้เป็นอย่างมาก
นางสาวณัฐภรณ์ เปิดเผยว่า ตนเป็นพนักงานงานรถยนต์ที่บริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี ตั้งใจเก็บเงิน 2-3 ปี เพื่อซื้อบ้านหลังแรก โดยครอบครัวอาศัยอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 คน ประกอบไปด้วยตน สามี และลูก ๆ อีก 3 คน ก่อนซื้อบ้าน ยอมรับว่าไม่ได้ตรวจบ้านก่อน เพราะพนักงานขายบอกว่าเป็นโปรโมชั่นเดือนสุดท้าย ลดจาก 3.2 ล้าน เหลือเพียง 2.9 ล้าน หากตรวจบ้านจะไม่ทันก็ยังมีประกันรองรับ ต่อมาพบปัญหาที่มีจุดเริ่มต้นมาจากระบบท่อน้ำชั้น 2 โดยข้อต่อของท่อน้ำทิ้งที่จะไหลลงมาชั้นล่างไม่เชื่อมต่อกัน ทำให้น้ำรั่วซึม ไหลไปที่ฝ้าเพดานทั่วทั้งบ้าน และเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (13พ.ย.64) ฝ้าเพดานอุ้มน้ำหนักไม่ไหวเลยถล่มลงมา เคราะห์ดีที่ลูก ๆ นั่งเล่นอยู่ชั้นล่าง เลยไม่ได้รับอันตราย
หลังจากที่ฝ้าเพดานถล่ม คนในบ้านก็เริ่มได้กลิ่นสารเคมีที่ใช้ในการก่อสร้าง นอกจากนี้ระบบกรองน้ำประปาในถังก็ใช้งานไม่ได้ จึงเริ่มทนไม่ไหว จึงโทรศัพท์ไปหาส่วนกลางของบริษัทที่กรุงเทพฯ เพราะที่นี่ไม่มีนิติบุคคล เนื่องจากยังเป็นโครงการใหม่ หลังจากนั้นทางบริษัทเจ้าของโครงการได้เสนอให้ขนของย้ายออกจากบ้าน โดยจะจ่ายเงินเยียวยาให้วันละ 500 บาทเท่านั้น จึงไม่รับข้อเสนอ เพราะมองว่าราคาบ้านเช่าที่สามารถรองรับสมาชิกในบ้านทุกคนอยู่ที่ 20,000-30,000 บาท แล้วตอนนี้ตน และสามีไม่เชื่อมั่นในช่างที่โครงการจะส่งมาแล้ว ยืนยันอยากให้โครงการรรับซื้อบ้านคืนเท่านั้น เพราะลูกของเริ่มมีอาการภูมิแพ้หนักขึ้น
สำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน นางณัฐภรณ์ ระบุว่า ยังสามารถพักอาศัยได้ตามปกติ แต่ได้รับความลำบากมาก จะเข้าห้องน้ำแต่ละครั้งต้องออกไปเข้าที่ปั๊มน้ำมัน หรือบ้านของน้องสาวที่อยู่อีกโครงการ ส่วนการอาบน้ำ ก็ต้องรอให้ถึงกลางคืน ถึงจะลากถังน้ำออกไปเปิดน้ำจากส่วนกลางอาบกลางถนน
ทีมข่าวพีพีทีวีประสานขอสัมภาษณ์ไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค จังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ แต่แจ้งว่าได้รับเรื่องร้องเรียนตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว วันนี้ช่วงบ่ายจะเข้าไปดำเนินการตรวจสอบ ก่อนจะส่งเรื่องไปเข้าที่ประชุม โดยจะนัดนางสาวณัฐภรณ์เข้าไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมในวันที่ 26 พฤศจิกายน และทำการนัดบริษัทเจ้าของโครงการคู่กรณีเพื่อไกลเกลี่ยต่อไป ขณะนี้ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าฝ่ายใดต้องเป็นคนรับผิดชอบ
ขณะที่นายมนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือทนายแก้ว เปิดเผยกับทีมข่าว PPTV ว่ากรณีนี้ แม้ว่าเจ้าของบ้านจะไม่ได้ตรวจบ้านก่อนที่จะลงชื่อรับบ้าน ก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ เนื่องจากเวลาที่ทำสัญญาจะซื้อจะขายบ้าน ทุกที่จะระบุชัดเจนว่าผู้ประกอบการ หรือเจ้าของโครงการมีหน้าที่จัดหาวัสดุที่คงทน แข็งแรง ให้เหมาะสมกับราคา ที่สำคัญคือพระราชบัญญัติควบคุมผู้บริโภคกำหนดไว้ชัดเจนว่าการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านและคอนโด จะพิจารณาจากผลของงาน
ส่วนตัวบริษัทเจ้าของโครงการ ทนายแก้ว ระบุว่า จะต้องเข้ามาซ่อมแซมส่วนที่เป็นโครงสร้างบ้าน และบริษัทประกันที่ระบุในสัญญาจะต้องชดเชยมูลค่าความเสียโอกาสและความเดือดร้อน ซึ่งประเมินมูลค่าที่ควรได้รับมากกว่า 500 บาทต่อวัน นอกจากนี้ยังต้องจ่ายค่าชดเชยในส่วนที่ลูกบ้านต้องไปหาที่อยู่ใหม่ระหว่างการซ่อมแซม ค่าเดินทางในอัตราส่วนต่างระหว่างบ้านกับที่ทำงาน หากระยะทางไกลกว่าเดิม เป็นต้น