ร้านอาหารในพัทยา “สุดทางรัก” เป็นอีกหนึ่งร้านที่อยู่ในลิสต์ของนักท่องเที่ยวระดับตำนานเปิดมา 40 ปี ในช่วงโควิด-19 ผ่านมา “สุดทางรัก” ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน และต้องปิดร้านไปช่วงหนึ่งซึ่งทางร้านไม่ได้ลดจำนวนพนักงาน แต่ยังคงให้ความช่วยเหลือโดยให้อาหารกับพนักงานฟรี
“พยายามสู้ แต่สุดท้ายมาตรการของรัฐบาล เช่น เคอร์ฟิว รวมถึงผู้ติดเชื้อมีจำนวนเพิ่มขึ้นแต่ทางร้านเลือกรักษาพนักงานไว้ แม้ว่าจะตัดสินใจปิดกิจการไปสักพัก พอเศรษฐกิจเริ่มดีจึงเริ่มกับมาเปิดอีกครั้ง”
ลำพูน นะพรรัมย์ ตัวแทนพนักงานร้านเล่าให้ทีมข่าว พีพีทีวี ช่อง 36 นิวมีเดีย ฟัง เราตัดสินใจไม่เอาพนักงานออกเลย จ่ายเบี้ยเลี้ยตามปกติแต่อาจจะลดลงบ้าง แต่เรามีอาหารให้พนักงานตลอด
และเมื่อมีมาตรการคลายล็อก “สุดทางรัก” กลับมาเปิดอีกครั้ง และพบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป
กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนไทย หรือครอบครัวชาวต่างชาติที่อยู่ในเมืองไทย จะพบว่าปริมารการสั่งอาหารน้อยลง ลูกค้าประหยัดมากขึ้น ขณะเดียวกันบางกลุ่มจะใช้สิทธืตามโครงการรัฐ เช่น คนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน เราชนะ ฯลฯ ประกอบกับการจัดโต๊ะแบบเว้นระยะห่างทางสังคมทำให้ปริมาณโต๊ะอาจจะลดจำนวนลง ทำให้การรับลูกค้าลดลงตามไปด้วย
คุมเข้มมาตรการทางสาธารณสุข พนักงานฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 เข็ม
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตอนนี้จำนวนลูกค้าจะยังไม่กลับมาเท่าเดิม แต่พนักงานยังมีไม่เพียงพอ ต้องหาพนักงานเพิ่ม ขณะที่พนักงานที่มีอยู่ปัจจุบัน ทุกคนต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 จำนวน 2 เข็ม วัดอุณหภูมิก่อนเข้าร้าน นั่งเว้นระยะห่างทางสังคม เป็นต้น
วอนรัฐบาลสร้างความมั่นใจมากขึ้น อยากให้เศรษฐกิจดีขึ้นเพื่อนักท่องเที่ยวจะกลับมา
คุณลำพูน กล่าวทิ้งท้ายว่า ทำอย่างไรก็ได้ให้ประเทศเราดีขึ้น คนจะได้เชื่อมั่นในประเทศเราด้วย ส่วนตัวมองว่ารอบด้านยังไม่มีการจัดการไม่ดีพอ จึงอยากให้รัฐบาลเป็นที่พึ่งได้และสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ตอนนี้ จ.ชลบุรียังเป็นพื้นที่สีแดง ยังทำอะไรไม่ได้มากมาย ได้แค่ประคองไป รวมถึงทางร้านยังไม่สามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ ก็เป็นจุดที่อาจจะยังเป็นอุปสรรคในการดึงลูกค้าด้วยส่วนหนึ่ง
"ตอนนี้ก็ได้แค่ขายอาหารกับน้ำเปล่า ซึ่งเมนูยอดฮิตของทางร้าน 5 เมนู คือ กระหล่ำปลีผัดน้ำปลา ปลาเก๋าสามรส แกงส้มไข่ปลา ข้าวผัดเนื้อปลาอินทรีย์ ผัดเรือโป๊ะ"
ขอบคุณภาพจาก : Suttangrak Pattaya