ชาวกะเหรี่ยงที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำเมยใช้แดนประเทศเมียนมา เดินข้ามน้ำพร้อมนำกระบอกขนาดใหญ่มารับของบริจาคจากชาวไทยส่วนใหญ่คือข้าวสารอาหารแห้ง และ ข้าวกล่อง
โดยวันนี้ผู้ที่นำสิ่งของบริจาคมาให้คือ วัดแม่ซอดน่าด่าน อ.เมืองแม่สอด ช่วงที่ชาวกะเหรี่ยงข้ามมารับ พระวัดแม่ซอดน่าด่าน เป็นผู้ส่งมอบและให้พร “ให้ความสงบเกิดขึ้นโดยไว” สำหรับชาวกะเหรี่ยงที่อยู่ริมแม่น้ำเมย ตรงข้าม ตำบล มหาวัน มีรายงานว่า ทำจุดพักพิงชั่วคราว ประมาณ 4 จุด จำนวนประมาณ 400 คน
ส่วนใหญ่เป็นเด็กคนชราและผู้หญิง รู้จักใช้ชีวิตริมแม่น้ำเมยทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ เด็กจะเล่นน้ำ อาบน้ำ
เหตุผลที่ต้องอพยพมาอยู่ริมแม่น้ำ เพราะว่าป้องกันภัยการสู้รบที่อยู่ด้านในถัดไป หากมีความรุนแรงชาวกระเหรี่ยง ก็จะข้ามแม่น้ำมายังฝั่งไทยก่อนที่จะผ่านการคัดกรองของทหารและฝ่ายปกครองและเขาสูงสุด
สำหรับตัวเลขผู้อพยพศูนย์อพยพพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว คอกวัวเมยโค้ง ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด ในรอบเจ็ดวันที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมีบางวันเท่านั้นที่ลดลงเพราะชาวกะเหรี่ยงแจ้งความประสงค์ในการเดินทางกลับ สำหรับยอดล่าสุดขณะนี้ คือ 4,514 คน ทำให้ชาวบ้านที่มีจิตใจเมตตานำของมาบริจาคอย่างไม่ขาดสาย ของส่วนใหญ่คือข้าวสารอาหารแห้ง แต่ข้อมูลจากฝ่ายปกครอง ว่าสิ่งที่จำเป็นคือ ของสด เพื่อนำมาประกอบอาหารในแต่ละมื้อ
การประกอบอาหารช่วยเหลือชาวกะเหรี่ยงนั้น ส่วนหนึ่งได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในพื้นที่ อย่างเช่นกลุ่มนี้รวมตัวกัน ประกอบอาหาร ทีมพูดคุยกับลาวบ้านระบุว่า ทุกคนมาด้วยใจเพราะชาวไทยที่อยู่บริเวณนี้กับชาวกะเหรี่ยงเปรียบเหมือนพี่น้องกัน
ผลกระทบจากการสู้รบในชายแดนเมียนมา ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังส่งผลให้ประชาชนที่อยู่ที่นี่ตกใจและหวาดกลัวเมื่อได้ยินเสียงการสู้รบกัน ทีมข่าวได้สำรวจรอบหมู่บ้าน มหาวงศ์ และได้พูดคุยกับชาวบ้านกลุ่มนี้ ระบุว่า ตกใจแล้วยังไม่ชินเมื่อได้ยินเสียงปืนและการโจมตีทางอากาศของกองทัพเมียนมา
ล่าสุด สำนักข่าวชายขอบ รายงานในเว็บไซต์ว่า “แหล่งข่าวด้านความมั่นคงชายแดนไทยในอำเภอแม่สอด เปิดเผยถึงสถานการณ์การสู้รบระหว่างกองทัพพม่ากับกองกำลังของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง บริเวณตอนใต้ของเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศพม่าซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับอำเภอแม่สอด ว่าล่าสุดได้มีการประสานงานจากฝ่ายความมั่นคงของไทยเป็นตัวกลางติดต่อไปยังพลเอกมูตู เส่โพ ประธาน KNU เพื่อขอให้มีการเจรจากับกองทัพเมียนมา เนื่องจากขณะนี้กองทัพฝเมียนมา ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ความต้องการของกองทัพเมียนมาอยากให้ KNU กองพล 6 กลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาสันติภาพ
สำนักข่าวชายขอบ รายงานอีกว่า พะโด่ซอตอนี ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ KNU ระบุอีกว่า ทหารพม่าต้องถอนกองกำลังออกจากพื้นที่สู้รบทั้งหมดในทันที และต้องยุติการเข่นฆ่าทำร้ายประชาชน การกระทำที่ใช้อาวุธ ทิ้งระเบิดโดยเครื่องบิน ต้องยุติทั้งหมด หากยุติสิ่งเหล่านี้ได้ การเจรจาอาจเป็นขั้นต่อไปได้