กรณีน้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเลระยอง เมื่อกลางดึกวันที่ 25 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา ล่าสุด กรมควบคุมมลพิษ ยืนยันว่า พบคราบน้ำมันดิบขึ้นฝั่งแล้วที่หาดแม่รำพึง พร้อมส่งทหารเรือเข้าไปกำจัดทันทีเมื่อคืนที่ผ่านมา
กำลังพลกว่า 50 คน จากกองทัพเรือ สวมชุดพีพีอี และแว่นตาป้องกันสารเคมี เข้าไปกำจัดน้ำมันดิบที่ลอยขึ้นหาดแม่รำพึง โดยใช้กระดาษซับซึ่งมีคุณสมบัติซับน้ำมันโดยเฉพาะ จากการทำงานเบื้องต้น พบว่า คราบน้ำมันไม่ติดกับกระดาษ จึงสันนิษฐานว่า น้ำมันดิบอาจทำปฎิริยากับสารละลายแล้วจึงตกตะกอน
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณชายหาดแม่รำพึง จุดที่พบคราบสีดำ ยืนยัน ว่า เป็นน้ำมันดิบที่รั่วถูกซัดขึ้นฝั่ง แต่จากการดูด้วยสายตา น้ำมันดิบมีลักษณะเป็นคราบสีดำตกตะกอน เชื่อว่าเพราะถูกสารละลายดิสเพอร์แซนด์ แล้ว
"ตอนนี้ความมั่นใจเริ่มมีมากขึ้นนะ แต่ว่าเดี๋ยวคุยกับทุก ๆ ฝ่ายเพิ่ม แล้วจะให้คณะกรรมการมาดูยืนยัน แต่นี่มันน่าจะใช้ล่ะ แล้วตอนนี้จะมีวิธีการจัดการอย่างไรกับคราบน้ำมัน ตอนนี้ที่เราตั้งศูนย์ที่จะซับน้ำมันไว้ห่างไปจากนี่ประมาณ 3 กิโลฯ เดี๋ยวต้องคุยกับทีมงานของพี่ ๆ ทหารที่เขาเตรียมไว้ที่จะมาซับน้ำมันเขยิบพื้นที่มาตรงนี้" นายอรรถพล กล่าว
ขณะที่ ชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ยืนยันว่า หลังพบน้ำมันดิบขึ้นฝั่งแล้ว เตรียมประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ซึ่งในรายละเอียดจะห้ามนักท่องเที่ยวไม่ให้ลงเล่นน้ำทะเล บริเวณที่พบคราบน้ำมันตลอดแนว ชายฝั่งหาดแม่รำพึง รวมถึงห้ามชาวประมงออกเรือหาปลาในพื้นที่ที่กำหนด
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากการตรวจสอบบริเวณชายหาดแม่รำพึง พบว่า มีคราบสีดำเป็นทางยาวหลายร้อยเมตร ลักษณะคล้ายเขม่า ไม่ลอยน้ำ มีกลิ่นน้ำมัน แต่ไม่แรงเท่ากับคราบน้ำมันที่ลอยอยู่ในทะเล ตรวจสอบกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ทางทะเล ห(ศรชล). ยืนยันว่า ขณะนี้คราบน้ำมันดิบมวลใหญ่ ยังอยู่บริเวณชายหาดแม่รำพึง ห่างจากฝั่งประมาณ 3.7 กิโลเมตร ซึ่งขณะนี้ทางการเตรียมแผนรับมือ หากเคลื่อนเข้าใกล้ฝั่ง