นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ถนนเชื้อเพลิง บริเวณใต้ทางด่วนพระรามที่ 3 พบว่า น้ำเป็นของบริษัทแห่งหนึ่ง และมีการร่วมหุ้นอีกหลายบริษัท ซึ่งประเด็นนี้ยังไม่อยากลงรายละเอียด แต่จากการตรวจสอบรอยรั่ว ชัดเจนว่ามีรอยรั่วที่จุดที่ 1 ซึ่งรอยรั่วไม่ได้ใหญ่มากนักแต่ในจุดที่ 2 ยังไม่พบ จากการตรวจสอบท่อส่งน้ำมันดังกล่าวส่งไปยังคลังน้ำมันของท่าอากาศยานดอนเมือง ส่วนการดำเนินการแก้ไขจากผู้เชี่ยวชาญ ให้คำยืนยันว่าจะสามารถดำเนินการแก้ไขปิดรอยรั่วได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า เส้นทางส่งน้ำมันทางท่อระยะทางค่อนข้างยาว จากการตรวจสอบมีจุดอื่นเสี่ยงที่จะรั่วไหลอีกหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ย้อนไป 2 ปีที่ผ่านมา มีการดำเนินการทดสอบ และตรวจสอบความสมบูรณ์ของท่อส่งน้ำมัน ตลอดแนวเส้นทางการส่ง คุณภาพของท่อยังสมบูรณ์ แต่ยังไม่มั่นใจว่าจุดที่รั่วซึมเกิดจากสาเหตุใด ต้องรอให้ฝ่ายวิศวกรดำเนินการ และแจ้งกลับเข้ามา จากนั้นตนจะชี้แจงกับสื่อมวลชนอีกครั้ง รวมถึงประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ย้ำว่าขณะนี้การป้องกัน โดยมีหน่วยงานทั้ง กทม. และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เตรียมความพร้อมทั้งรถดับเพลิง รถพยาบาล และอุปกรณ์การดับไฟ
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า จากการวัดค่าสารระเหยในพื้นที่โดยรอบ พบค่าที่จะก่อให้เกิดอันตรายน้อยมาก เพราะกรณีดังกล่าวไม่ใช่การรั่ว แต่เป็นการซึม แต่ยังเกิดความสับสนเพราะมีประชาชนบางส่วนบอกว่าได้กลิ่นน้ำมันในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่อีกส่วนบอกว่าเพิ่งจะได้กลิ่น ซึ่งเข้าใจว่าขึ้นอยู่กับระยะทาง
เมื่อถามว่า ไม่ต้องถึงขั้นอพยพประชาชนในพื้นที่ใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนนี้เราต้องดูแลอย่างใกล้ชิด โดย กทม.และ ปภ.จะพิจารณาทั้งหมดขึ้นอยู่กับดุลยพินิจผู้ว่าฯ กทม.