ร้านซูชิ ฟ้องหมิ่นประมาท สาวโวยเสื่อขึ้นรา

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ก่อนหน้านี้มีหญิงผู้ใช้ TikTok ออกมาโพสต์คลิปโวย ร้านซูชิแห่งหนึ่ง หลังพบมีการนำเสื่อม้วนไม้ไผ่ ที่เอาไว้ทำซูชิ ลักษณะสีดำเหมือนขึ้นรามาทำอาหารให้ ซึ่งเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลอย่างมาก จนทางร้านซูชิประกาศปิดปรับปรุงชั่วคราว ล่าสุดหญิงที่ถ่ายคลิปประจานโพสต์เฟซบุ๊กว่า ร้านซูชิดังกล่าวแจ้งความดำเนินคดีกับตนเอง

เพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น part2 นำภาพคลิปและข้อความของหญิงคนหนึ่งที่เคยออกมาถ่ายคลิปวิดีโอ โวยร้านซูชิแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในห้างบิ๊กซีเพชรเกษม เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ระบุว่า ล่าสุดได้รับหมายเรียกจากตำรวจให้รับทราบข้อกล่าวหา คดีหมิ่นประมาท หลังทางร้านซูชิดังกล่าวได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตนเองตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ หลังเกิดเรื่อง

ทั้งที่ตนเองเป็นผู้เสียหาย เพราะทางร้านได้นำแผ่นม้วนข้าวขึ้นรามาประกอบอาหารให้ ซึ่งการถ่ายคลิปเป็นเพียงการตักเตือนทางร้านให้มีความรับผิดชอบไม่ให้นำแผ่นม้วนข้าวไปใช้กับลูกค้าคนอื่นอีก  ซึ่งหลังเกิดเหตุทางร้านก็ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบใดๆ จึงตัดสินใจโพสต์คลิปลงโซเชียลเพื่อเตือนเป็นอุทาหรณ์  พร้อมย้ำว่าตนเองไม่ได้มีเจตนาทำให้ทางร้านเสียหาย แต่กลับโดนแจ้งความดำเนินคดี จึงขอความคิดเห็นว่าสามารถฟ้องร้องกลับได้หรือไม่

ตามรวบหนุ่มพยายาม ข่มขืนครูสาวท้อง 5 เดือน

ทีมข่าวได้ติดต่อไปยังลูกค้ารายนี้เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เธอให้ข้อมูลว่าได้รับหมายเรียกให้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาคดีหมิ่นประมาทในวันที่ 4 มีนาคมนี้ ซึ่งรายละเอียดเรื่องคดีตนเองยังไม่ทราบแน่ชัดจึงขอยังไม่ให้สัมภาษณ์เพราะกังวลว่าจะมีผลต่อรูปคดี แต่ยืนยันว่าตนเองไม่ได้มีเจตนาหมิ่นประมาทหรือตั้งใจทำให้ทางร้านเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างแน่นอน  

ถ้าย้อนกลับไปดูเหตุการณ์วันเกิดเหตุที่หญิงคนนี้อัดคลิปวิดีโอต่อว่า เจ้าร้านชายซูชิ หลังพบเห็นอุปกรณ์ทำอาหารสกปรก ขณะที่ทางเจ้าของร้านก็ยืนยันว่า แผ่นไม้ไม่ได้ขึ้นรา แต่สีดังกล่าวมันเกิดจากการล้างทำความสะอาด พร้อมกับยินดีที่จะคืนเงินให้ลูกค้า แต่ทางลูกค้ายืนยันว่าไม่ได้ต้องการจะเอาเงินคืน

สำหรับเหตุการณ์แจ้งความ รวมไปถึงฟ้องร้องดำเนินคดีกับลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก อย่างก่อนหน้านี้ก็จะเห็นข่าวลูกค้าถูกที่พัก โรงแรมต่างๆ ฟ้องร้องฐานหมิ่นประมาททำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง หลังเข้าไปรีวิวแสดงความคิดเห็น อย่างเคสลูกค้าเข้าพักโรงแรมในเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา แล้วเขียนรีวิวในแอพพลิเคชั่นจองที่พัก แต่กลับถูกโรงแรมส่งจดหมายโนติสเตือนให้ลบรีวิวทันที พร้อมระบุในเอกสารว่าหากไม่ทำตาม จะคิดค่าเสียหายวันละ 50,000 บาท และให้ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 3,000,000 บาท พร้อมให้ลงโฆษณาขอโทษในหนังสือพิมพ์ติดต่อกันเป็นเวลา 7 วัน ซึ่งหากไม่ทำตามก็ขู่ดำเนินคดีทั้งตามกฎหมายแพ่งและอาญา

ทีมข่าวได้ข้อมูลจาก คนที่เคยทำคดีนี้ คือ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความและเลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ให้ข้อมูลว่าสำหรับสองเคสนี้ มีความแตกต่างกัน อย่างเคสการรีวิวโรงแรมจะมีทั้งข้อความแสดงความคิดเห็นให้ปรับปรุงและบางส่วนก็ชมโรงแรมด้วยจึงเป็นการแสดงความคิดเห็นติชมโดยสุจริต

ขณะที่ในเคสของร้านซูชิมีการถ่ายคลิปวิดีโอ ต่อว่าร้านซึ่งอาจส่งผลให้ทางร้านได้รับความเสียหายหรือไม่มีลูกค้าได้ แต่อย่างไรก็ตาม ก็สามารถต่อสู้คดีในชั้นศาลโดยอ้างกฎหมายติชมโดยสุจริตได้เช่นเดียวกัน แต่การพิจารณาคดี ศาลก็ต้องดูที่เจตนาว่าเป็นการผู้เสนอแนะโดยไม่มีอคติจริงหรือไม่

หมอรุ่งเรือง ยกข้อมูล WHO แจงโอมิครอนสายพันธุ์ BA.2 อาการไม่รุนแรง

นาย ษิทรา ยืนยันว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นได้แต่ต้องอยู่ในเจตนาที่ต้องการให้ทางร้านหรือสถานที่บริการนั้นปรับปรุง ไม่ใช่เป็นการประจานให้เสื่อมเสียชื่อเสียง แนะนำลูกค้าหากพบร้านค้าหรือสถานบริการที่ไม่ได้มาตรฐานควรพูดคุยต่อหน้าหรือคอมเม้นต์โดยตรงกับสื่อของทางร้าน ไม่ใช่การถ่ายคลิปวิดีโอลงสื่อสาธารณะ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ