เรื่องราวถูกเปิดเผยขึ้นโดย คุณแม่เสาวนิจ อายุ 83 ปี ที่เล่าเรื่องให้ฟังว่า ตนได้จดทะเบียนสมรสอยู่กินกับ นายสมนึก มีลูกด้วยกัน 4 คน ต่อมาสามีได้แบ่งที่ดินย่านบางกรวยให้ลูก 3 คน คนละ 161 ตารางวา มีเพียงลูกสาวคนโตที่ไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ตนเองเป็นภรรยาไม่รู้เรื่อง จึงไปสอบถามที่กรมที่ดินพบว่ามีคนเซ็นชื่อแทนตน แต่ตนไม่ได้ติดใจฟ้องร้องดำเนินคดี เพราะคนที่ทำเป็นสามีกับลูก
หลังจากนั้นสามีได้เสียชีวิต ตนซึ่งเป็นภรรยาและจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายได้ทำเรื่องและยกที่ดิน 161 ตารางวา ที่เป็นของสามีให้กับนางสาวธวัลรัตน์บุตรสาวคนโต เพื่อความยุติธรรม แต่ถูกลูกชายคนรอง ยื่นศาลฟ้องตนผู้เป็นแม่แท้ๆ ในคดี ยักยอกทรัพย์ ,แจ้งความเท็จ นำที่ดินไปยกให้ลูกสาวคนโต โดยไม่บอกกล่าว แต่ศาลยกฟ้องในคดีอาญาเนื่องจากตามกฎหมายลูกที่สืบสันดานไม่สามารถฟ้องแม่บังเกิดเกล้าในคดีอาญาได้
จนเวลาผ่านมากว่า 10 ปี คุณแม่เสาวนิจถูกหมายศาลเรียกให้ไปขึ้นศาลในวันที่ 5 เมษายน ในฐานะผู้ต้องหาคดี ยักยอกทรัพย์ ,แจ้งความเท็จ โดยผู้ฟ้องก็คือลูกชายคนรอง เมื่อเล่าเรื่องมาถึงตรงนี้ ยายเสาวนิจ ได้ร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจไม่คิดว่า ต้องมาขึ้นศาล เพราะถูกลูกชายฟ้อง รวมทั้งตัวเองก็ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม
นอกจากนี้เมื่อบุตรสาวคนเล็กเสียชีวิตลง ลูกชายได้นำโฉนดของน้องส่าวไปแจ้งกรมที่ดินว่าถ้ามีใครมาขอคัดสำเนาโฉนดห้ามอย่างเด็ดขาด ซึ่งเจ้าหน้าที่เองก็ชี้แจงว่าที่ดินแปลงนี้ต้องเป็นของคุณแม่เสาวนิจตามกฎหมาย