Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

วันงดสูบุหรี่โลก : สิทธิระหว่างคนสูบบุหรี่กับคนรอบข้าง ที่ต้องเท่ากัน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

คนสูบบุหรี่ชี้การสูบเป็นสิทธิเสรีภาพที่ผู้สูบและคนรอบข้างต้องมีเท่ากัน ยอมรับการเลิกขาดทำยาก หวังรัฐปลดล็อกกฎหมายบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อคนอยากเลิกบุหรี่

ทุก ๆ วันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี เป็น ”วันงดสูบบุหรี่โลก” ซึ่งองค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) ได้จัดตั้งขึ้นเพราะเห็นถึงอันตรายของบุหรี่ต่อสุขภาพ ของผู้สูบบุหรี่และคนรอบข้างที่ได้รับควันบุหรี่

เนื่องจากการสูบบุหรี่ป็นสาเหตุสำคัญของการป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร WHO จึงอยากให้ทุก ๆ ปีมีกิจกรรม เพื่อกระตุ้นให้ประชากรโลกตระหนักถึงความสำคัญ และรัฐบาลมีการขับเคลื่อนนโยบาย กฎหมายเพื่อควบคุมยาสูบ

กฎหมายบุหรี่ไฟฟ้าในไทย เป็นไปได้หรือไม่?

แต่เสียงสะท้อนจากคนใช้บุหรี่ถึงผู้สูบบุหรี่และคนรอบข้าง เขามีอะไรอยากจะฝากบอกบ้างนั้น ทีมข่าวนิวมีเดียพีพีทีวีได้รวบรวมมาดังนี้

“ความตั้งใจแรกคือ อยากเลิกบุหรี่ให้ได้ เพราะสูบมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่นก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย จึงลองหันไปลองสูบบุหรี่ไฟฟ้าแทน เพราะคิดว่ามันจะช่วยให้เลิกบุหรี่มวนได้”

นี่เป็นคำบอกเล่าของ “ปุ๊” ผู้ชายคนหนึ่ง ทำงานเป็นช่างภาพอิสระ ที่อยากเลิกสูบบุหรี่ เพราะตัวเขาติดบุหรี่หนักมาก สูบวันละหลายๆ มวน เมื่อความเครียดมาเยือน เลยตัดสินใจใช้บุหรี่เป็นเครื่องมือผ่อนคลายทางอารมณ์ให้รู้สึกสบายใจ จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาคิดอยากจะเลิกบุหรี่ เพราะอยู่ดีๆ ก็มีอาการแน่นหน้าอกเกิดขึ้น เขาสามารถเลิกได้เพียง 1 อาทิตย์ แต่เมื่ออาการเจ็บหน้าอกหายไป เพราะอาการเจ็บหน้าอก เกิดจากกล้ามเนื้อช่วงหน้าอกอักเสบ เขาจึงกลับมาสูบบุหรี่อีกครั้ง จริงๆ เขาเล่า และขอใช้คำนี้เลยก็ว่าได้ “ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา” ของจริง

กระทั่งเมื่อมีบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาในเมืองไทย ที่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ ยังไม่ได้รับรองให้ถูกกฏหมาย แต่เป็นเพราะตอนนั้นบุหรี่ไฟฟ้าราคาถูกกว่า เพียงเติมน้ำยาเข้าไป ประกอบกับเมื่อสูบไปแล้ว ไม่มีกลิ่นติดตัว ไม่ทำให้ผู้อื่นรำคาญกลิ่น จึงสูบบุหรี่ไฟฟ้า มาเป็นระยะเวลา 6 ปีแล้ว แต่ทั้งนี้ ในใจลึก ๆ ของ “ปุ๊” ก็เคยมีอแนวคิดที่อยากจะเลิกบุหรี่ อันดับแรกเลย เพราะเป็นห่วงเรื่องของสุขภาพ รวมถึงหากมีครอบครัว ก็วางแผนไว้แล้ว ว่าจะพยายามเลิกสูบบุหรี่ทุกชนิดให้ได้

 

บุหรี่เป็นสิทธิเสรีภาพ สูบได้แต่ต้องคำนึงถึงคนรอบข้างด้วย

ส่วน “เอม” เจ้าของธุรกิจส่วนตัววัย 32 ปี เปิดใจด้วยว่า เชื่อว่าทุกคนรู้ว่าบุหรี่นั้นไม่ดี ตัวเองก็เช่นกัน แต่เรื่องนี้ไม่ได้ทำไปเพราะต้องการแก้เครียด สำหรับเขานั้นเป็นเรื่องของพฤติกรรมที่ติดวนมาหลังจากก้าวเข้าสู่การทำงานสายฟรีแลนซ์

อันที่จริง “เอม” ยอมรับว่า ส่วนตัวเป็นคนไม่ชอบกลิ่นบุหรี่ด้วยซ้ำ แต่หลังจากเขาลาออกจากงานประจำมาเป็นฟรีแลนซ์ ซึ่งขณะนั้นเขาอายุ 29 ปี ทำให้เขาต้องเดินทางอยู่บ่อย ๆ จนไปเจอบุหรี่กลิ่นช็อกโกมินต์ที่ญี่ปุ่น ตรงนี้เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาเริ่มลองบุหรี่ไฮบริด หรือ IQOS

แรก ๆ ก็สูบตอนทำงานแค่วันละมวน จากนั้นก็เพิ่มมากขึ้น แต่จะสูบมากเฉพาะวันที่ต้องตัดคลิปวิดีโอหรือวันที่ต้องส่งงานแบบเร่งรีบเท่านั้น พอทำเป็นพฤติกรรมนานวันก็เริ่มติด ต่อมาราว ๆ 3 ปี ร่างกายก็เริ่มส่งสัญญาณ เพราะตัวเองก็สุขภาพไม่ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ประกอบกับพี่ชายคลอดลูกพอดี เรามีหลานที่ต้องดูแล ก็เลยอยากจะเลิก ตอนนี้ก็เลิกขาดมาได้ 1 เดือนแล้ว แต่ถ้านับตอนที่ลดปริมาณการสูบบุหรี่จริง ๆ ก็เป็นปีแล้ว

“เอม” ย้ำว่า เรื่องของบุหรี่เป็นสิทธิเสรีภาพ คนสูบเองก็มีสิทธิที่จะสูบหรือไม่ก็ได้ แต่คนรอบข้างเองก็มีสิทธิเสรีภาพเช่นเดียวกันที่จะอยู่ในพื้นที่สะอาด ปลอดมลพิษ ดังนั้นคนสูบจะต้องไม่ทำร้ายใครโดยอ้อม

“จริง ๆ ทุกคนรู้ว่าบุหรี่ไม่ดี แต่เรื่องนี้ก็เป็นสิทธิเสรีภาพทั้งของตัวผู้สูบเอง และคนรอบข้างของผู้สูบด้วย คุณจะดูดบุหรี่ก็ดูดได้ แต่ก็ต้องคำนึงถึงคนรอบข้างด้วย ควรทำอะไรให้พอดีกัน เพราะคนรอบข้างไม่ใช่ทุกคนจะชอบบุหรี่ หรือบางคนเขาก็อาจจะแพ้ก็ได้” นี่คือเสียงสะท้อนของเอม ที่อยากฝากทุกคนเอาไว้

หากเป็นไปได้ “เอม” ก็อยากให้มีห้องสำหรับสูบบุหรี่โดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้ควันบุหรี่ลอยไปโดนคนอื่น ๆ ที่สำคัญอยากฝากคนสูบถึงเรื่องก้นบุหรี่ด้วย ขออย่ามักง่าย อย่าดีดลงพื้น อย่างที่ญี่ปุ่นเขาจะเอาถุงใส่เหรียญเก็บก้นบุหรี่เอาไว้ แล้วค่อยเก็บเอาไปทิ้งที่ถังขยะทีหลัง ซึ่งถุงใส่เหรียญเราก็สามารถหาซื้อได้ง่าย ๆ ราคา 10 บาทก็มี ก็อยากให้คนสูบทุกคนทำเป็นนิสัยกัน

 

ปลดล็อกกฎหมายบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อคนอยากเลิกบุหรี่

ขณะที่ “โอ” บล็อกเกอร์หนุ่มวัย 32 ปี ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่สูบเพราะเป็นพฤติกรรมที่ติดวนมา โดยเขาเล่าให้ฟังว่า ตัวเองเริ่มสูบในช่วงวัยรุ่น เพราะอยากลอง เริ่มต้นจาก 2-3 มวนก่อน ซึ่งตอนนั้นก็สูบบุหรี่ธรรมดา แต่เมื่อมีครอบครัวและมีลูกแล้ว ก็เริ่มอยากเลิก แต่จะให้เลิกขาดไปเลย ยอมรับว่าเลิกยากมาก

“โอ” เล่าต่อว่า ก็เลยพยายาหาทุกวิถีทาง ที่จะทำอย่างไรก็ได้ให้ดูดน้อยลงที่สุด จึงหันไปสูบบุหรี่ไฟฟ้า แม้ผลวิจัยจะยังไม่แน่ชัด และในบุหรี่ไฟฟ้าเองยังมีสารนิโคตินอยู่ ซึ่งเป็นสารเคมีอันตรายชนิดเดียวกับที่มีอยู่ในบุหรี่ธรรมดา แต่ในบุหรี่ไฟฟ้านั้น มีสารนิโคตินน้อยกว่า สังเกตได้จากอาการตอนหลังสูบ จะมีอาการมึนหัวเล็กน้อย และพวกกลิ่นตัวก็ไม่มี ทำให้ตัวเองกังวลเรื่องสุขภาพน้อยกว่า เมื่อเทียบกับการสูบบุหรี่ธรรดา

สุดท้ายนี้ “โอ” อยากฝากถึงคนสูบด้วยว่า บุหรี่ไม่ดีต่อสุขภาพ ถ้าเลิกได้ก็เลิก หรือไม่ก็ค่อย ๆ ลด พยายามหาสถานที่ดูดที่ลับตาคน เนื่องจากบางคนเขาก็ไม่ชอบเพราะเหม็น หากเป็นไปได้ก็อยากให้มีพื้นที่สำหรับคนสูบบุหรี่โดยเฉพาะ และมีระบบจัดการอากาศที่ดี ควันบุหรี่จะได้ไม่ลอยไปรบกวนผู้อื่น

ส่วนเรื่องการแบนบุหรี่ไฟฟ้านั้น “โอ” บอกว่า อยากให้ปลดล็อกบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฎหมาย แล้วก็กฎหมายควบคุมการใช้ให้เหมาะสมก็ได้ เพราะบางคนก็ไม่สามารถเลิกบุหรี่ได้

ทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่าการเสพติดบุหรี่ อาจมาจากความเครียดหรือเป็นพฤติกรรมที่ติดวนมา แม้ในการเลิกหนทางอาจเต็มไปด้วยความยากลำบาก แต่เชื่อว่าหากทุกคนตั้งใจแน่วแน่ ลองออกจากสภาพแวดล้อมเดิม ๆ และนึกถึงคนที่คุณรัก  สิ่งเหล่านี้จะช่วยฉุดรั้งคุณขึ้นมาได้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน และอยากให้ทุกคนเริ่มใช้วัน “งดสูบบุหรี่โลก” นี้ ด้วยการเลิกบุหรี่ เพื่อแสดงความรักให้กับตัวเองและคนที่คุณรัก

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ