นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา เสนอว่า คณะรัฐมนตรี ควรมีมติ ห้าม เสพ สูบ ปรุง หรือด้วยวิธีอื่นใด โดยเฉพาะส่วนของช่อดอกกัญชา เพื่อสันทนาการทุกกรณี ยกเว้นเพื่อปรุงยาทางการแพทย์ สกัดน้ำมันกัญชา และเสนอว่า นายกรัฐมนตรี ควรรีบสั่งการยืนยันว่าตัวเอง สนับสนุนกัญชาทางการแพทย์ แต่คัดค้านเสรีกัญชาที่ไร้การควบคุม เนื่องจากมาตรการควบคุมค่อนข้างอ่อน และไม่สามารถควบคุมได้จริง ต่อไปอาจมีคนซื้อบ้องกัญชามาเสพในสภาได้หมด
สอดคล้องกับ นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา อีกคน ที่บอกว่า การเสนอ ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ยังต้องใช้เวลาพิจารณาในสภาฯ อีกหลายเดือน ตอนนี้ เพิ่งผ่านการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร วาระแรก และยังต้องนำเข้าพิจารณาในวุฒิสภาด้วย
ระหว่างนี้จึงอยากเสนอให้ รัฐมนตรีสาธารณสุข ซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายที่ระบุไว้ใน “พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542” ตามมาตรา 44 และ 45 ออกประกาศบรรจุกัญชา ให้เป็นพืชสมุนไพรควบคุม เพื่อกำหนดปริมาณการใช้การครอบครอง และกฎเกณฑ์ต่างๆ เพราะมองว่าน่าจะเป็นวิธีที่เร็วกว่าการที่ให้คณะรัฐมนตรี ออกเป็นพระราชกำหนด เนื่องจากวิธีนี้ต้องนำเข้าพิจารณาในสภา อาจเกิดปัญหาทางการเมืองตามมาได้
ประเด็นนี้มีข้อมูล ล่าสุด นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวถึงข้อเสนอของง ส.ว.คำนูณ โดยกระทรวงสาธารณสุขกำลังรวบรวมข้อมูลกฎหมายเกี่ยวกับกัญชา เตรียมประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม(กัญชา) โดยจะมุ่งเน้นจำกัดการครอบครอง ช่อดอกของกัญชา เพื่ออุดช่องโหว่ช่วงสุญญากาศ หากทำเสร็จก็จะส่งให้ ผู้บริหารกระทรวง ทั้งปลัดและรัฐมนตรี เห็นชอบ ลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลบังคับใช้ทันที ส่วนระยะเวลาดำเนินการ คาดว่าใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน จะแล้วเสร็จ
นพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่าขณะนี้กรมการแพทย์ได้เฝ้าระวัง การเกิดอาการเฉียบพลันจากการใช้กัญชาจนต้องเข้าห้องฉุกเฉิน โดยกลุ่มคนที่ใช้กัญชาทางการแพทย์จะมีความเข้าใจอยู่แล้ว แต่ในคนที่ใช้ผิดวิธี เช่น การสูบ จะทำให้ได้รับปริมาณสาร THC สูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เวียนหัว หัวใจเต้นเร็ว ความดันต่ำ แต่จากข้อมูลขณะนี้ยังไม่พบคนที่เสียชีวิตจากพิษของกัญชาโดยตรง