สภาพใบหน้าของ “น้องเอ” วัย 2 ขวบ ซึ่งมีรอยเขียวช้ำ และบวมปูดที่ดวงตา ใบหน้า และศีรษะ โดยเฉพาะตรงกระโหลกศีรษะ มีลักษณะยุบเมื่อใช้นิ้วกด ซึ่งผู้ปกครองเชื่อว่าลูกสาวได้รับบาดเจ็บระหว่างที่อยู่ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งหนึ่งของจังหวัดนครราชสีมา
แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ ไม่มีใครรู้ว่า “น้องเอ” ได้รับบาดเจ็บมาจากอะไร ซึ่งผู้เป็นพ่อเล่าว่า สังเกตเห็นความผิดปกติช่วงเย็นวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากรับลูกกลับจากโรงเรียน เห็นว่า “น้องเอ” มีอาการหวาดกลัว หน้าซีด
จึงถามลูกว่าเป็นอะไร “น้องเอ” ก็ตอบว่าปวดหัว ไม่อยากไปโรงเรียนแล้ว พอถึงบ้าน “น้องเอ” ก็ยิ่งปวดหัวรุนแรง อาเจียน พอดูที่หัวมีลักษณะบวมช้ำ แต่ไม่มีบาดแผลภายนอก จึงพาไปโรงพยาบาล แพทย์เอกซเรย์พบว่าเลือดคั่งในสมอง
พ่อบอกว่า พยายามถามลูกสาวว่าใครเป็นคนทำ ลูกก็บอกว่า ครูทำ ครูตี แต่ก็ยังไม่มั่นใจ ว่าครูตีจริง หรือ เป็นอุบัติเหตุ จึงอยากให้ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กออกมาแสดงความรับผิดชอบ และตอบความจริง
ด้านครูให้ข้อมูลว่า ตลอดเวลาที่อยู่ในโรงเรียน น้องก็ไม่มีอาการอะไรผิดปกติ และไม่ได้บอกว่าเจ็บหัว ซึ่งโดยนิสัยของ “น้องเอ” เป็นคนพูดเก่ง ชอบเล่นกับเด็กผู้ชาย หากมีอาการบาดเจ็บ ก็น่าจะร้องบอกแล้ว
ล่าสุด รองปลัดเทศบาลที่ดูแลรับผิดชอบศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งนี้ ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่อง เบื้องต้นเรียกครูประจำห้องของเด็ก 2 คน มาสอบถาม ซึ่งครูยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนทำ และตรวจสอบพบว่าทางศูนย์ไม่มีกล้องวงจรปิด จากพื้นที่โดยทั่วไป ไม่มีลักษณะที่จะทำให้เกิดอันตรายกับเด็ก
ส่วนกรณีที่พ่อของ “น้องเอ” ให้ข้อมูลก่อนหน้านี้ว่า หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความแต่ตำรวจไม่รับแจ้ง เพราะหลักฐานไม่เพียงพอนั้น ล่าสุดมีนักสังคมสงเคราะห์เดินทางเข้าเยี่ยมอาการของ “น้องเอ” ที่โรงพยาบาล พร้อมทั้งเตรียมพาผู้ปกครองเข้าแจ้งความอีกครั้ง เพื่อให้ตำรวจติดตามหาสาเหตุ