รายงานของสำนักเศรษฐกิจและกิจการสังคม องค์การสหประชาชาติ (UN) (World Population Prospects 2022) ที่เผยแพร่วันนี้ (11 ก.ค.) คาดการณ์ว่า จำนวนประชากรโลกจะแตะระดับ 8,000 ล้านคน ในวันที่ 15 พ.ย. 2565 และอินเดียจะแซงหน้าจีน ในการเป็นประเทศที่มีประชากรมากสุด ในปี 2566
โดยครึ่งหนึ่งของการเพิ่มขึ้นของประชากรโลก 8,000 ล้านคนมาจากทวีปเอเชีย โดยอินเดียจะมาเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาเป็นจีน และไนจีเรีย และอีก 400 ล้านคนมาจากทวีปแอฟริกา
จากขยายตัวของจำนวนประชากร จาก 7,000 ล้านคน มาถึง 8,000 ล้านคนใช้ระยะเวลาราว 12 ปี ใกล้เคียงกับช่วงที่เพิ่มจาก 6 พันล้านคนมาสู่ 7 พันล้านคน แต่จากนี้ เชื่อว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรบนโลกจะกินระยะเวลานานกว่าเดิม โดยใช้เวลาราว 14.5 ปี (ในปี 2037) ซึ่งในเวลานั้นการเพิ่มขึ้นของประชากรจาก แอฟริกาและเอเชีย จะเป็นมีสัดส่วนถึง 9 พันล้านคน
ในรายงาน ยังระบุด้วยว่า ในอีก 58 ปี (ปี 2080) ประชากรของโลกจะถึงจุดสูงสุด หมื่นล้านคน (10.4 พันล้านคน) และจะคงอยู่ในระดับดังกล่าวจนถึงปี 2100 โดยจะใช้เวลาประมาณ 12 ปี นอกจากนั้นแล้ว ปัจจุบัน 2 ใน 3 ของประชากรโลก จะอัตราการให้กำเนิดต่ำกว่า 2.1 คนต่อผู้หญิง 1 คน หรือเรียกว่าภาวะเจริญพันธุ์ทดแทน
อายุขัยเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 72.8 ปี ในปี 2019 เพิ่มขึ้นราว 9 ปี ตั้งแต่ปี 1990 แต่ในปี 2021 อายุเฉลี่ยของประชากรประเทศด้อยพัฒนาช้ากว่าทั่วโลกถึง 7 ปี ขณะที่ประชากรในวัยทำงานจะมีช่วงวัยเฉลี่ยอยู่ที่ 25-64 ปี เพิ่มขึ้น
รอชม! ภาพถ่ายอวกาศชัดที่สุดในประวัติศาสตร์จาก “เจมส์ เว็บบ์”