เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ( 21 ก.ค.) นายรานิล วิกรมสิงเหได้เข้าทำพิธีสาบานตนรับตำแหน่งผู้นำคนใหม่ของประเทศแล้ว หลังจากรัฐสภามีมติโหวตให้เขาด้วยคะแนนเสียง 134 เสียงจากเสียงสมาชิกรัฐสภา 225 เสียง
ซึ่งหลังการโหวตของสภาก็ปรากฎว่ามีประชาบนจำนวนหนึ่งออกมาประท้วงบนท้องถนนทันที
หลายคนที่ออกมาประท้วงระบุว่า เขาไม่ควรขึ้นเป็นประธานาธิบดี เพราะปัญหาที่ศรีลังกาเผชิญอยู่ทุกวันนี้ส่วนหนึ่งมาจากตัวของนายวิกรมสิงเห ยังไม่นับรวมกับที่เขามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูลราชปักษา
รานิล วิกรมสิงเห วัย 73 ปี มาจากครอบครัวนักการเมืองที่ร่ำรวย เขาเข้าสู่เวทีการเมืองครั้งแรกเมื่อปี 1977 ในฐานะสมาชิกรัฐสภาก่อนจะเติบโตทางการเมืองเรื่อยมา
ในปี 1993 รณสิงห์ เปรมาดาสา ประธานาธิบดีศรีลังกาในขณะนั้นถูกลอบสังหารเสียชีวิต ทำให้ดีบี วิเจตุงกา ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีถูกเลื่อนขึ้นเป็นตำแหน่งประธานาธิบดี
นายวิกรมสิงเห ซึ่งเป็นสมาชิกรัฐสภาในตอนนั้นจึงได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างลง
วิกรมสิงเห เป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจ เคยนำพาศรีลังกาออกจากสภาวะล้มละลายเมื่อปี 2001
วิกฤตเศรษฐกิจในช่วงนั้นเกิดมาจากสงครามกลางเมืองระหว่างชาวสิงหลและชาวทมิฬซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยของศรีลังกา
ในช่วงที่อังกฤษเป็นเจ้าอาณานิคม มีการใช้วิธีแบ่งแยกแล้วปกครอง ด้วยการยกให้ชาวทมิฬมีสิทธิเหนือกว่าชาวสิงหล ทำให้ชาวสิงหลเกิดความคับแค้น
เมื่อศรีลังกาได้รับเอกราชในปี 1948 ชาวสิงหลขึ้นมามีอำนาจและมีการออกกฎหมายเพื่อเอาคืนชาวทมิฬ มีการกีดกัน ลิดรอนสิทธิและเลือกปฏิบัติ
ชาวทมิฬเกิดความคับแค้นและจับมือกันการก่อตั้งกลุ่มติดอาวุธที่ชื่อ กลุ่มพยัคฆ์ทมิฬอีแลม ทำการสู้รบกับรัฐบาลศรีลังกากลายเป็นสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อและรุนแรง
ในปี 2001 พยัคฆ์ทมิฬอีแลมโจมตีสนามบินนานาชาติบันดารานาเยก ในกรุงโคลอมโบเพื่อทำลายธุรกิจท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักของประเทศ เหตุการณ์นั้นลากเศรษฐกิจศรีลังกาให้เข้าสู่หายนะ
หนี้สาธารณะของประเทศอยู่ที่ 100 % ของจีดีพี เกิดการว่างงานและความยากจน ซึ่งในช่วงนั้น นายวิกรมสิงเหมีส่วนช่วยในการพลิกวิกฤตเศรษฐกิจ
หลังจากนั้นรัฐบาลศรีลังกาที่นำโดยตระกูลราชปักษาประกาศยกระดับการปราบปรามและสามารถเอาชนะกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬอีแลมได้อย่างเด็ดขาดเมื่อปี 2009
หลังจากนั้น นายวิกรมสิงเหก็กลายเป็นคีย์แมนของการเมืองของศรีลังกาเรื่อยมา ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีรวมทั้งหมด 6 ครั้ง
ครั้งสุดท้ายที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคือเมื่อปี 2019 โดยได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา ก่อนจะมารับตำแหน่งนายกฯอีกครั้งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังมหินทรา ราชปักษา ลาออกจากแรงกดดันจากการประท้วง
เมื่อโกตาบายาหนีออกนอกประเทศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายวิกรมสิงเหก็ขึ้นมารักษาการณ์ประธานาธิบดีก่อนที่จะได้รับเลือกจากสภาให้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่เมื่อวานนี้
หลายคนบอกว่า ความใกล้ชิดกับตระกูลราชปักษาทำให้เขาได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีเพราะบรรดาสมาชิกรัฐสภาเสียงส่วนใหญ่ที่ยกมือให้เขา เป็นคนที่ภักดีกับตระกูลราชปักษา
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีวิกรมสิงเหประกาศในวันนี้ว่าเขาไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับตระกูลราชปักษา โดยระบุว่าการที่เขาเคยเป็นายกรัฐมนตรีภายใต้การนำของประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเห็นด้วยหรือเป็นเพื่อนกัน
ผู้นำคนใหม่ของศรีลังกายังพูดถึงคนที่ออกมาประท้วงด้วยว่า คือพวกหัวรุนแรง เป็นพวกชอบก่อปัญหา ทำลายประชาธิปไตย และเขาจะใช้มาตรการที่เด็ดขาดในการจัดการ
ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา รัฐบาลมีการยกระดับการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในกรุงโคลอมโบเพราะคาดว่าอาจมีประชาชนจำนวนมากออกมาประท้วง
อย่างไรก็ตาม ไม่มีการประท้วงใหญ่หรือความวุ่นวายอย่างที่หลายคนคาด
เมืองหลวงของศรีลังกาเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีประชาชนออกมาชุมนุมประท้วงผู้นำคนใหม่ แต่ก็เป็นไปอย่างสงบ
ศรีลังกากำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบกว่า 70 ปี โดยสาเหตุมาจากการบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจที่ผิดพลาด ผลกระทบจากการระบาดใหญ่ของโควิด และสงครามในยูเครน
เงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่ร่อยหรอทำให้ศรีลังกาไม่สามารถน้ำเข้าสินค้าจำเป็น ทั้งอาหาร ยาและพลังงาน และคนเกือบทั้งประเทศกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก จนนำมาสู่การประท้วงและการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่เมื่อตระกูลราชปักษาที่มีอิทธิพลทางการเมืองมากว่า 2 ทศวรราถูกขับไล่ออกไปและได้ผู้นำคนใหม่ที่ชื่อรานิล วิกรมสิงเห
จากนี้ไปต้องจับตาดูว่า นายวิกรมสิงเหจะสามารถนำพาศรีลังกาออกจากวิกฤตได้หรือไม่