เศร้า! แม่น้องจีฮุนกอดกระเป๋าลูก ร้องก.ยุติธรรม


โดย PPTV Online

เผยแพร่




หลังสูญเสียลูกสาว พ่อและแม่ของน้องจีฮุน เด็กนักเรียนวัย 7 ขวบ ที่เสียชีวิตอยู่ภายในรถโรงเรียน หลังคนขับรถตู้และคุณครูเวรลืมปล่อยทิ้งไว้ทั้งวัน เดินทางไปก.ยุติธรรม เพื่อขอความช่วยเหลือในการพิสูจน์เท็จจริงในประเด็นการตายของลูกที่ยังคาใจ โดยตลอดการเดินทางไปไหนมาไหน แม่ของน้องจีฮุนยังทำใจไม่ได้ พกกระเป๋านักเรียนของลูกสาวไปด้วยตลอด

น.ส.เมทิกา โกศลปลั่งศรี และนายไทยอนันต์ ทองอยู่ แม่และพ่อของน้องจีนฮุน เดินทางมายังกระทรวงยุติธรรม พร้อมกับ นายมนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือทนายแก้ว โดยได้เข้าพบว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อยื่นเรื่องร้องขอความเป็นธรรม ให้ตรวจสอบการเสียชีวิตของลูกสาว ซึ่งระหว่างเดินทางมา แม่ของน้องจีฮุนได้กอดกระเป๋าของลูกสาวไว้ในอ้อมอกตลอดเวลา

“ตรีนุช”มอบอาชีวะคิดสิ่งประดิษฐ์ ช่วยเด็กติดในรถโรงเรียน

สถิติพบเด็กเสียชีวิต ในรถตู้เฉลี่ยปีละ 1 คน

เศร้า! แม่น้องจีฮุนกอดกระเป๋าลูก ร้องก.ยุติธรรม

โดยน.ส.เมทิกา อธิบายว่า กระเป๋าใบนี้เป็นเหมือนตัวแทนขอลูกสาว เป็นกระเป๋าที่เจอในที่เกิดเหตุ ภายในกระเป๋ามีสมุด ชีตแผ่นงานในวิชาเรียนต่างๆ ขนมของน้อง กระดาษทิชชูที่น้องจีฮุนใช้เช็ดปากแล้ว โดยแม่ของน้องจีฮุนยืนยันว่าจะไม่ได้ทิ้งอะไรเลยในกระเป๋าใบนี้ และจะยังขอกอดไว้  

แม่น้องจีฮุนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า สาเหตุที่มาก.ยุติธรรม เพราะยังมีข้อสงสัยและกังวล เรื่องผลพิสูจน์หลักฐานบนรถตู้ ที่ยังไม่มีการส่งให้แม่ และสงสัยท่าท่างการเสียชีวิตที่เรียบร้อยเกินไปในเบาะแถวที่ 3 ไม่มีคราบน้ำลาย น้ำตา หรือคราบปัสสาวะ ในการดิ้นรนหาทางออก รวมถึงระยะทางจากบ้านถึงโรงเรียน ห่างเพียง 15 นาที เด็กไม่น่าจะหลับลึกขนาดที่ได้รับคำอธิบาย

แม่น้องยังเปิดเผยว่า อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากทางโรงเรียนเรื่องของกล้องวงจรปิด ซึ่งนิสัยของน้องหากติดในรถตู้ น้องก็ต้องดิ้นและหาทางเอาตัวรอดแน่ และเชื่อว่าน้องเปิดประตูรถได้  เพราะเคยฝึกให้ลูกและลูกมีแรงพอ โดยน้องไม่มีโรคประจำตัวอะไร

ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต ระบุว่า เบื้องต้นผลชันสูตรบอกว่าระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว เป็นฮิทสโตรก ตอนนี้ ก.ยุติธรรมจะให้ 2 หน่วยงานเข้าไปดูแล คือกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เข้าไปช่วยเหลือ โดยทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์จะไปดูเรื่องสภาพศพ ว่าเป็นการขาดอากาศหายใจ หรือจะเกี่ยวกับการการฆาตกรรมหรือไม่ โดยการตรวจพิสูจน์ศพโดยละเอียดซึ่งจะต้องใช้เวลาแจ้งผลภายใน 40 วัน

นอกจากนี้จะให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เข้าไปดูการผ่าพิสูจน์ตามคำร้องขอของแม่ โดยดูว่ามีการผ่าพิสูจน์ตามขั้นตอนครบถ้วนหรือไม่ และจะแจ้งผลให้แม่น้องจีฮุนทราบอีกครั้ง หากแม่ยังสงสัยหลังทราบผลจากสถาบันนิตเวชแล้ว สามารถยื่นขอผ่าพิสูจน์ครั้งที่ 2 ในตอนนั้นก็สามารถทำได้

ส่วนประเด็นการตรวจสภาพภายในรถ ก็จะมีการเก็บหลักฐาน เก็บลายนิ้วมือต่างๆ รวมไปถึงอาจจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็จะไปดูว่าตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาอย่างไร ซึ่งเจ้าของโรงเรียนอาจต้องมีส่วนรับผิดชอบ เพราะคนขับรถและครูเป็นลูกจ้าง

ส่วนในแง่ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จะจัดหาทนายความให้ครอบครัวน้องจีฮุนโดยใช้ทนายของทางกองทุนยุติธรรม ช่วยเหลือเรื่องนี้ รวมถึงให้การร้องขอเยียวยาการเสียชีวิตสูงสุดไม่เกิน 110,000 บาท และจะบันทึกเรื่องไว้ในวันนี้ และส่งต่อไปยังยุติธรรมจังหวัด เร่งเรื่องการเยียวยาครอบครัว 

หลังเสร็จภารกิจที่กระทรวงยุติธรรม  แม่และพ่อและน้องจีฮุน เดินทางต่อไปที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เพื่อติดต่อขอรับร่างลูกสาว ฝากไว้ที่ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และขอฉีดฟอร์มาลีน เพื่อรักษาสภาพร่างของน้องจีฮุนไว้ 

พ่อและแม่น้องจีฮุน เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เบื้องต้นได้รับแจ้งแล้วว่า น้องจีฮุนเสียชีวิตจากอาการฮีสโตรก  และสาเหตุที่เคลื่อนไหวเรื่องนี้ต่อ ไม่ใช่ว่าไม่ไว้วางใจการทำหน้าที่ของตำรวจ เพียงแต่มีบางเรื่องที่ยังคาใจ  โดยเฉพาะร่องรอยการฟกช้ำบริเวณต้นแขนและขา รอยถลอกที่แขนของน้องจีฮุน ซึ่งในช่วงเช้าก่อนไปโรงเรียนในวันเกิดเหตุ ยังไม่มีร่องรอยเหล่านี้

นอกจากนั้นภายในรถก็ยังไม่พบคราบน้ำลาย หรือร่องรอยความพยายามในการเอาตัวรอดของน้อง ซึ่งจากการพูดคุยกับแพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ ก็ยังได้รับคำอธิบายในลักษณะการสันนิษฐาน จึงอยากจะเก็บรักษาร่างของน้องไว้ตรวจสอบเพิ่มเติม ก่อนจะทำพิธีทางศาสนาเมื่อความสงสัยทุกข้อผ่านการพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างละเอียดแล้ว   

แม่ของน้องจีฮุนเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ทางโรงเรียนพยายามติดต่อมาทางครอบครัวขอชดใช้ในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เวลานี้ทางบ้านยังทำใจยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ จึงยังไม่พร้อมที่จะพูดคุยกับทางโรงเรียน ส่วนทางตำรวจก็ยังไม่ได้เชิญเข้าไปให้ปากคำใดๆ    

สำหรับผลชันสูตรร่างของน้องจีฮุนอย่างเป็นทางการ  วันนี้พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า การตรวจชันสูตรศพเบื้องต้น ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย  สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากภาวะอุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน ซึ่งเด็กที่ติดในรถจะเสียชีวิตจากลักษณะนี้เป็นส่วนใหญ่

ส่วนความคืบหน้าในทางคดี  ตำรวจ สภ.พานทอง จว.ชลบุรี ได้สอบปากคำพยานและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว และพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา คนขับรถตู้ และครูเวรประจำรถรับส่งนักเรียน ในข้อหา “กระทำการประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท โดยผู้ต้องหาทั้ง2คนให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา     

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ยังอ้างอิงถึงข้อมูลของกรมควบคุมโรคที่ระบุว่า  ระหว่างปี 2557 – 2563 มีเหตุการณ์ที่เด็กถูกลืมทิ้งไว้ในรถโรงเรียนตามลำพังมากถึง 129 ครั้ง  ในจำนวนนี้ มีเด็กเสียชีวิตจำนวน 6 ราย เป็นการเสียชีวิตในรถโรงเรียน 5 ราย และ รถยนต์ส่วนบุคคลของครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 1 ราย ซึ่งทั้ง 6 รายเป็นเด็กอายุ 2-6ขวบ นั่นหมายความว่า ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับน้องจีฮุน ถือเป็นเด็กที่อายุมากที่สุด คือ 7 ขวบ ที่เสียชีวิตจากสาเหตุนี้  จึงจำเป็นต้องขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาทบทวนมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้นอีก  

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร Add friend ได้ที่ @PPTVOnline

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP สังคม

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ