กรุงเทพธนาคม เตรียมขออุทธรณ์ จ่ายหนี้ BTS กว่าหมื่นล้านบาท


โดย PPTV Online

เผยแพร่




บอร์ด กทม.ยืนยันอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครอง หลังศาลสั่งให้จ่ายหนี้ บีทีเอส 11,754 ล้านบาท พร้อมเตรียมเชิญบีทีเอสหารือประนอมหนี้

หลังจากที่ ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งพิพากษาให้กรุงเทพมหานครและบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ร่วมกันจ่ายเงินชดใช้กรณีผิดสัญญาการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุง โครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร (โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว) ในส่วนต่อขยายที่ 1 และ 2 ซึ่งค้างชำระหนี้รวมเป็นเงิน 11,754 ล้านบาท และให้ชำระเงิน 180 วัน นับตั้งแต่คดีถึงที่สุด วันนี้ที่บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้มีการนำเรื่องนี้รายงานเข้าสู่ประชุมคณะกรรมการบริหาร

ศาลปกครองกลาง สั่ง กทม. จ่ายหนี้ BTS กว่าหมื่นล้านบาท

สถิติ ส.ค.65 ปชช.แจ้งความคดีออนไลน์ 1.7 หมื่น เสียหายกว่า 3 พันล้าน

โดยมีนายธงทอง จันทรางศุ เป็นประธานบอร์ด และ ขณะนี้คณะกรรมการบริหาร ยังประชุมกันอยู่ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ซึ่งเมื่อวานนี้ทางผู้บริหาร ยืนยันว่าจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองอย่างแน่นอน

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ จะเสนอเรื่องให้แก่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พิจารณา จากนั้นจะแถลงข่าวถึงแผนการยื่นอุทธรณ์คดีต่อไป

ขณะที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือ กทม. เปิดเผยว่า เป็นเรื่องเก่าที่มีการฟ้องร้องตั้งแต่เดือน กรกฎาคม 2564 ซึ่งการจ่ายเงิน กทม. ต้องคิดอย่างรอบคอบ ยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก เพราะเงินที่นำมาจ่ายเป็นเงินจากภาษีประชาชน โดยจะมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณา หารือกับฝ่ายบริหารว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยกทม. มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน

นายชัชชาติ ยังตั้งคำถามถึงส่วนต่อขยายที่ 1 ก็ยังค้างอยู่ในคณะรัฐมนตรี ว่าจะเอามูลหนี้เป็นส่วนของการแปลงสัญญาสัมปทานหรือไม่ ส่วนต่อขยายที่ 2 ก็เป็นแค่หนังสือมอบหมายงาน ทำให้ยังมีข้อกังวลว่า กทม.มีอำนาจจ่ายจริงหรือไม่ เนื่องจากไม่มีการระบุตัวเลขหรือสัญญาที่ชัดเจนเหมือนส่วนต่อขยายที่ 1 โดยจะเอาประเด็นนี้ไปชี้แจงในการยื่นคำอุทธรณ์ ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องในอดีต เราไม่ได้เป็นคนทำไว้ แต่เราอยากให้ยุติธรรม ให้รอบคอบที่สุด เพราะสุดท้ายเราก็เอาเงินประชาชนไปจ่าย

ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกมาแสดงความเห็นว่า การที่ผู้ว่าฯชัชชาติ เตรียมอุทธรณ์หนี้รถไฟฟ้าบีทีเอสอาจเป็นเรื่องได้ไม่คุ้มเสีย เนื่องจากคำพิพากษาของศาลปกครองกลางก็ได้ระบุไว้ชัดเจนว่าให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน ซึ่งในที่สุดความรับผิดชอบก็ต้องมาตกอยู่ที่ กทม.อยู่ดี การยื่นอุทธรณ์ทำให้คดีดังกล่าวถูกยื้อระยะเวลาออกไปไม่สามารถพลิกคดีให้ชนะได้ เพราะเป็นเรื่องของการผิดสัญญาโดยตรง เมื่อพิจารณาดูแล้วไม่น่าจะคุ้มกับการที่ต้องเสียดอกเบี้ยอีกร้อยละ 1 ต่อปี ถ้ายื้อไป 1-3 ปี ดอกเบี้ยจะบวกเพิ่มอีกปีละ 769 ล้านบาท


ดีลใหญ่สุดในรอบ 20 ปี WHA ขายที่ดินให้ BYD ตั้งโรงงานผลิตรถอีวี

น้ำมันโลกดิ่งแรง ต่ำสุดรอบ 7 เดือน ผวาศก.จีนถดถอย – เงินดอลลาร์พุ่งทุบสถิติ

Wordcup Wordcup
ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP สังคม

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ