ทวิตเตอร์ “Red Skull” ระบุว่า ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งต้องการเล่นกอล์ฟ จึงใช้สนามฟุตบอลของโรงเรียนมาทำสนามกอล์ฟ และอ้างว่า ใช้สอนเด็ก สุดท้ายก็มีแต่พรรคพวกตัวเองมาเล่น และไล่เด็กที่ต้องการเตะบอลให้ไปใช้สนามโรงเรียนอื่นที่อยู่ห่างไป 2 กิโลเมตรแทน โดยพบว่า เคยนำประตูฟุตบอลมาเชื่อมติดกันเพื่อไม่ให้เด็กเล่นฟุตบอลได้ด้วย
ในทวิตเตอร์ยังโพสต์ภาพที่ผอ.โรงเรียนคนดังกล่าวให้คนมาทำสนามกอล์ฟ และมีภาพที่นักเรียนไปช่วยทำสนาม และภาพที่เด็กปีนเสาไฟที่จะใช้ส่องสว่างในสนามกอล์ฟด้วย
ซึ่งทางทวิตเตอร์ Red Skull ตั้งคำถามว่าการใช้เด็กทำงานเสี่ยงแบบนี้หากตกลงมาจะรับผิดชอบไหวหรือไม่
ทางเพจยังแชร์ภาพความเดือดร้อนหลังมีการตีกอล์ฟและลูกกอล์ฟกระเด็นออกไปตกใส่บ้านเรือนจนเกือบโดนหัวชาวบ้านด้วย รวมถึงเอกสารที่ ผอ.เคยชี้แจงหลังชุมชนตั้งคำถามเรื่องการนำสนามบอลไปเป็นสนามกอล์ฟและหลักสูตรตีกอล์ฟนั้นไม่เหมาะกับเด็กในพื้นที่
ซึ่งในเอกสารมีการชี้แจง 5 ข้อ เนื้อหาโดยสรุปบอกว่า ในพื้นที่มีสนามบอลอยู่หลายแห่ง และสนามที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านอยู่ห่างไปเพียง 2 กิโลเมตร ส่วนที่มีการปรับหลักสูตรจากกระบี่กระบองมาเป็นกีฬากอล์ฟ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย สพฐ. หนึ่งกีฬา หนึ่งดนตรี หนึ่งอาชีพ
ส่วนเรื่องปัญหายาเสพติดที่อาจมาจากเยาวชนไม่มีสนามออกกำลังกาย ในเอกสารชี้แจงว่า โรงเรียนมิอาจก้าวล่วงปัญหาบ้านเมือง เพราะมีหน้าที่จัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ส่วนเรื่องลูกกอล์ฟไปตกใส่บ้านก็ขออภัย
ข้อสุดท้ายบอกว่า กีฬากอล์ฟเป็นเรื่องของคน Gen Z ที่ต้องปลูกฝังพื้นฐานในกลุ่มเยาวชนของประเทศเพื่อสู่อาชีพได้และมีมูลค่ารางวัลสูงมาก ซึ่งโรงเรียนสนับสนุนอุปกรณ์ให้ฟรี
ทีมข่าวไปพูดคุยกับชาวบ้าน โดยเฉพาะนางลัดดาวัลย์ บางศิริ ชาว ต.หนองย่างซิ้น อ.เรณูนคร จ.นครพนม ซึ่งมีบ้านติดกับโรงเรียน เล่าว่า โรงเรียนไม่เคยแจ้งหรือถามความเห็นชุมชน มารู้อีกทีก็ตอนลูกกอล์ฟกระเด็นมาหล่นใส่บ้านแล้วหลายลูก และตกเฉียดหัวไป ยืนยัน ไม่เห็นด้วยกับหลักสูตรนี้ และสงสารเด็กๆที่ไม่สามารถใช้สนามฟุตบอลเล่นกีฬาได้เหมือนเดิมและเป็นกีฬาที่ไม่เหมาะกับเด็กในพื้นที่รวมถึงยังต้องกังวลกับเรื่องความปลอดภัยด้วย
ด้านนายภานุวัฒน์ ธงยศ ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านหนองย่างซิ้น ได้ชี้แจงระบุว่า กอล์ฟ เป็นหลักสูตรกีฬาทางเลือกที่คิดกันเองเป็นการภายในของผู้บริหารคณะกรรมการสถานศึกษา เพื่อเป็นทางเลือกให้นักเรียนมีโอกาสเล่นกีฬาเป็นอาชีพในอนาคต แต่เป็นเพียงการนำร่องทดลองใช้พื้นที่สนามฟุตบอลของโรงเรียนบางส่วนเป็นสนามไดร์กอล์ฟ ยอมรับไม่ได้สอบถามความคิดเห็นชุมชน
และหลังทราบว่าลูกกอล์ฟกระเด็นออกไปบ้านชาวบ้านก็พยายามจะไปขอโทษแล้ว แต่ไม่เจอเจ้าของบ้าน และเชื่อว่าจุดที่เกิดเหตุใกล้กับชิงช้าของเด็กอนุบาล เด็กอาจนำลูกกอล์ฟไปเล่นจนกระเด็นออกไปมากกว่า ไม่น่าจะเกิดจากการตีออกไป แต่ก็ได้พยายามหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายกับชาวบ้านด้วยโดยหาตาข่ายมากันพื้นที่แล้ว แต่หากชุมชนไม่เห็นด้วย ก็จะขอยุติหลักสูตรดังกล่าว