แพรรี่ - ไพรวัลย์ แฉซ้ำพระยักยอกเงิน 4 ล้าน ลั่นมีเอกสารชัด


โดย PPTV Online

เผยแพร่




แพรรี่ - ไพรวัลย์ เครื่องติดดับยาก แฉซ้ำพระยักยอกเงิน 4 ล้าน ลั่นมีเอกสารชัด ด้านพระชาตรี เงียบสนิท

เกิดศึกใหม่ ระหว่าง ไพรวัลย์ วรรณบุตร หรือ แพรรี่  กับ นายธรรมราช สาระปัญญา ทนายความ ที่ไปแจ้งความไพรวัลย์ จากกรณีที่ พระชาตรี เหมพันธ์ เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร วัดไทยเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รัสเซีย ออกมาต่อว่า ไพรวัลย์ จนเป็นเรื่องเป็นราว ด่ากันในโลกออนไลน์

กรณีของ ไพรวัลย์ กับ พระชาตรี พักยกไปแล้ว เพราะพระชาตรีออกมาขอโทษ หลังถูกแฉกลับ แต่ที่ไม่จบ คือทนายความ ไปแจ้งความไพรวัลย์ ทั้งที่ไม่ได้ถูกว่าจ้างจากพระชาตรี

"อาย วราไพรินทร์" เปิดใจหวั่นมาเฟียภัยมืด หลังขุดคดีแชร์ Forex-3D

เปิดอันดับ 25 มหาวิทยาลัยที่ชำระหนี้ กยศ. ดีที่สุด


 

ล่าสุด ไพรวัลย์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เมื่อคืนที่ผ่านมา เทศนาว่า พระพุทธเจ้าตรัสไว้ โคย่อมไปสู่สำนักของโค ตัวเองจึงขอเสริมว่า กระบือก็ย่อมไปสู่สำนักของกระบือ และอลัชชีย่อมคบหาอลัชชี พวกอธรรมวาที ย่อมซ้องเสพด้วยอธรรมวาที

พร้อมระบุว่า ตัวเองรู้สึกแปลกใจ ที่นายธรรมราช สาระปัญญา ทนายความ ไม่ไปตรวจสอบ พระชาตรี ทั้งที่ตัวเขาเองได้รับข้อมูลเรื่องที่เข้าข่ายขัดหลักศาสนาของพระชาตรีจำนวนมาก จึงสงสัยว่าทำไมท นายธรรมราช ที่อ้างว่าเป็นผู้ทำนุบำรุงศาสนาไม่ไปตรวจสอบบ้าง

ไพรวัลย์ บอกด้วยว่า ตัวเองมีข้อมูลการประพฤติอนาจารของพระอลัชชีรูปนั้นเยอะมาก ๆ สร้างเรื่องสร้างราว พร้อมแจกแจงว่า ได้รับข้อมูลว่า สมัยอยู่วัดพุทธปัญญา พระรูปนี้สั่งการให้ต่อยตีทำร้ายพระรูปอื่น พร้อมกล่าวหาว่า มีพฤติกรรมยักยอกเปลี่ยนถ่ายเงินในบัญชีสมัยเป็นรักษาการเจ้าอาวาส จนเงินหายไปจากบัญชี 4 ล้านกว่าบาท ไพรวัลย์ อ้างว่า มีเอกสารอยู่ที่สำนักงานเจ้าคณะตำบลบางเขน

ส่วนความเคลื่อนไหวของ พระชาตรี ตอนนี้นิ่งเงียบ ไม่เคลื่อนไหว นับตั้งแต่โดนแฉกลับและออกมาขอโทษไพรวัลย์

ส่วน ทนายธรรมราช วันนี้โพสต์ข้อความสั้น ๆ บอกว่า คณะสงฆ์ตามมาตรา 5 ทวิ มีความหมายไว้แล้ว ตามตัวบท ไม่จำเป็นต้องเป็นพจนานุกรรม คือ ประเด็นที่โต้เถียงกันระหว่าง ทนายธรรมราช กับ ไพรวัลย์ คือ มีสิทธิ์อะไรมาฟ้องหมิ่นประมาท เพราะไม่ได้เป็นคู่กรณีกัน แต่ทนายธรรมราช อ้างว่า ไพรวัลย์ โจมตี พระชาตรี และพระทุกรูปในพระพุทธศาสนา ตัวเองจึงสามารถแจ้งความได้ โดยใช้ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ เพราะพระทุกรูปที่เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

อีกคนที่ถูกพาดพิงถึง คือ นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ ซึ่งเขาแสดงความเห็นกรณีนี้ว่า ตามพ.ร.บ.คณะสงฆ์ ต้องแยกระหว่าง คณะสงฆ์ กับ สงฆ์ เพื่อดูว่า ตามกฎหมายในแต่ละมาตราหมายถึง พระสงฆ์ทุกรูป หรือ รูปใดรูปหนึ่ง พร้อมยกตัวอย่างว่า ถ้าพระสงฆ์ทะเลาะกับฆราวาส เตะต่อยกัน ผิดข้อหาทำร้ายร่างกาย ไม่ได้ผิด พ.ร.บ.คณะสงฆ์

ซึ่งหลังแสดงความเห็นนี้ ทนายธรรมราช แชร์โพสต์ของทนายเกิดผล พร้อมเขียนข้อความกำกับ บอกว่า ตีความคำว่าคณะสงฆ์แบบนี้ใช่ไหม ถึงว่า ไตเสื่อม ขอบพระคุณครับที่ท่านพี่ที่เมตตา ผมรู้แล้วว่าด้วยเหตุอย่างนี้เอง

จากนั้น ทนายเกิดผลก็โพสต์ข้อความโต้กลับ บอกว่า สติครับน้อง สติ โรคภัยไข้เจ็บเป็นเรื่องปกติ พี่รักษาสุขภาพของพี่ได้ น้องทนายรักษาตั๋วทนายความของน้องให้นาน ๆ แล้วกัน

ซึ่งประเด็นนี้น่าจะไม่จบง่าย ๆ เพราะ ไพรวัลย์ สั่งให้ทนายความไปคัดสำเนาที่ ทนายธรรมราช แจ้งความเขา เพื่อเอามาศึกษาและเตรียมที่จะฟ้องกลับ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการเรียกร้องให้ สภาทนายความ เข้ามาตรวจสอบพฤติกรรมและมรรยาททนายความของ ทนายธรรมราช อีกด้วย

 

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP สังคม

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ