ไทยแลนด์แดนปืนเถื่อน! ครองอันดับ 19 ประเทศเสี่ยงเกิดเหตุสังหารหมู่


โดย PPTV Online

เผยแพร่




Early Warning Project ประเมิน อันดับความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุสังหารหมู่ของประเทศไทย เพิ่มขึ้นจากอันดับที่ 42 มาอยู่อันดับที่ 19 จาก 162 ประเทศทั่วโลก

เรียกได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่ช็อกทั้งโลก จากกรณีเหตุสังหารหมู่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่จังหวัดหนองบัวลำภู จนมีการประเมินว่าเป็นเหตุสังหารหมู่ที่รุนแรงที่สุดของประเทศไทย

สื่อต่างประเทศประเมินว่า เหตุสังหารหมู่ด้วยอาวุธปืนหรือกราดยิงในไทยนั้น เป้นเรื่องที่พบเห็นได้ยากมาก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นประเทศที่มี “ศักยภาพ” มากพอที่จะเกิดความรุนแรงจากอาวุธปืน

ย้อนสถิติ ไทยครอบครองปืน 10.3 ล้านกระบอก อันดับหนึ่งอาเซียน!

ยูนิเซฟ-ยูเนสโก แถลงประณามเหตุสังหารหมู่ศูนย์เด็กเล็ก

สื่อต่างชาติ ตั้งคำถามถึงการควบคุมอาวุธปืนในไทย

โดยก่อนหน้านี้ จากการศึกษาของ Early Warning Project โครงการเพื่อการศึกษาป้องกันเหตุรุนแรง ระบุว่า ในปี 2021-2022 อันดับความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุสังหารหมู่ของประเทศไทย เพิ่มขึ้นจากอันดับที่ 42 ในปีที่แล้ว มาอยู่อันดับที่ 19 จาก 162 ประเทศทั่วโลก

ถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง (Top 30) โดยพิจารณาจากประชากรที่มาก ประวัติการเกิดเหตุลักษณะนี้ (เช่น เหตุกราดยิงโคราช) และอัตราการครอบครองปืนที่ถือว่าสูง

ข้อมูลเมื่อปี 2017 จากองค์กรวิจัยในสวิตเซอร์แลนด์ Small Arms Survey ระบุว่า ประเทศไทยซึ่งมีประชากรเกือบ 69 ล้านคน มีปืนที่ครอบครองโดยพลเรือนอยู่ราว 10.34 ล้านกระบอก ซึ่งมากเป็นอันดับที่ 13 ของโลก และมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน

และเมื่อเทียบกับสัดส่วนประชากร พบว่า พลเรือนไทยมีอัตราการครอบครองปืนอยู่ที่ราว 15 กระบอก ต่อประชากร 100 คน อยู่ในอันดับ 50 ของโลก แต่เป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคอาเซียน

ที่น่าสนใจคือ ในจำนวนปืน 10 กว่าล้านกระบอกนี้ เป็นปืนที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเพียง 6.2 ล้านกระบอกเท่านั้น ส่วนที่เหลืออีกกว่า 4.1 ล้านกระบอกเป็นปืนเถื่อน

สื่อต่างประเทศระบุว่า แม้ประเทศไทยจะเป็น “เมืองพุทธ” แต่กลับมีอัตราการก่อเหตุรุนแรงด้วยอาวุธปืนมากที่สุดในอาเซียน และยังมีรายงานจาก Small Arms Survey และ gunpolicy.org กลุ่มป้องกันการทำร้ายด้วยอาวุธปืน ด้วยว่า “ไทยเป็นแหล่งตลาดมืดค้าปืนหลักของอาเซียน”

gunpolicy.org ระบุว่า “ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นตลาดมืดค้าอาวุธหลักของภูมิภาคนี้ รองลงมาคือกัมพูชาและเวียดนาม” โดยอาวุธเถื่อนของไทยจำนวนมากถูกนำเข้าจากเพื่อนบ้าน

“ที่นี่ในประเทศไทย เป็นตลาดมืดหลักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาวุธผิดกฎหมายถูกค้าขายทั่วประเทศแล้วกระจายไปทั่วภูมิภาค … สถานการณ์เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงที่ไทยถูกใช้เป็นเส้นทางขนส่งอาวุธลับจากจีนและสหรัฐฯ ไปยังกลุ่มต่อต้านเวียดนามของกัมพูชาในปลายทศวรรษ 1970” รายงานระบุ

gunpolicy.org ยังบอกอีกว่า “ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งอาวุธหลักสำหรับผู้ก่อความไม่สงบที่ปฏิบัติการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และศรีลังกา ... และประมาณการว่าร้อยละ 80 ของการขนส่งอาวุธผิดกฎหมายทั้งหมดจากกัมพูชา มีเส้นทางผ่านประเทศไทย”

ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า มีเหตุผลหลายประการที่การค้าอาวุธยังคงดำเนินต่อไปในประเทศไทย ทั้งมีเครือข่ายนายหน้าและตัวแทนขนส่งอาวุธที่มั่นคง โครงสร้างระบบอุปถัมภ์ทางสังคมและการเมืองของไทย และความสะดวกในการที่ผู้ค้าสามารถ “จ่ายเงิน” ซื้อความร่วมมือและปิดปากได้ ทำให้การค้าอาวุธปืนเถื่อนดำเนินต่อไปได้

 

เรียบเรียงจาก gunpolicy.org / New York Times / Small Arms Survey

ภาพจาก AFP

 

คอนเทนต์แนะนำ
ประกันสังคม "เยียวยา" ครอบครัวผู้เสียชีวิตเหตุสังหารหมู่
คปภ.เร่งช่วยครอบครัวสังหารหมู่หนองบัวลำภู คุ้มครองเบื้องต้น 5 หมื่น

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ