น้ำในแม่น้ำมูลวานนี้อยู่ที่ 116 เมตร 51 เซนติเมตร เท่ากับเมื่อวานซืน และถึงแม้ว่าระดับน้ำในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี จะเริ่มทรงตัวแล้ว แต่ก็ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะลดลง ต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์กันอย่างต่อเนื่อง เพราะมวลน้ำจากพื้นที่จังหวัดตอนบน ยังระบายลงแม่น้ำมูลเรื่อยๆ ซึ่งปริมาณน้ำได้ไหลสะสมมาตั้งแต่ต้นน้ำในเขต จ.นครราชสีมา ไหลผ่าน จ.บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และไหลไปรวมกับแม่น้ำชี ที่ อ.เมืองอุบลราชธานี ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่ อ.โขงเจียม
ส่วนการสัญจรตอนนี้ถนนหลายสายถูกตัดขาด บางจุดต้องใช้รถบรรทุกยกสูงของทหาร บางจุดรถไม่สามารถสัญจรได้เลย ต้องใช้เรือเท่านั้น ทำให้การเดินทางข้ามฝั่งไปมาระหว่าง อ.เมือง และ อ.วารินชำราบ ค่อนข้างลำบาก ซึ่งชาวบ้านก็กังวลว่าถ้าฝนตกหนักน้ำก็อาจจะเพิ่มสูงขึ้นอีก และจะต้องอยู่ที่พักพิงชั่วคราวไปอีกหลายเดือน
ด้านกรมชลประทาน ประเมินว่า วันนี้ (14 ต.ค.) ระดับน้ำอาจจะเพิ่มประมาณ 3 เซ็นติเมตร เพราะน้ำจากแม่น้ำมูล ยังล้นตลิ่งอีกกว่า 4 เมตรครึ่ง และวันนี้มวลน้ำอีกก้อนจาก จ.ศรีสะเกษ หากไหลมาถึง อาจทำให้พื้นที่น้ำท่วมใน จ.อุบลราชธานี ต้องอยู่กับน้ำไปอีกเกือบ 1 เดือน
ส่วนที่จังหวัด จ.ขอนแก่น ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายไกรสร กองฉลาด บอกว่า ขณะนี้มีพื้นที่ทางการเกษตรถูกน้ำท่วมขังไปแล้วกว่า 2 แสนไร่ ชาวบ้านแต่ละพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้กำชับให้ทุกอปท. ทุกอำเภอ แจกสิ่งของจำเป็น โดยเฉพาะข้าว โดยมีคำสั่งห้ามให้ชาวบ้านในพื้นที่น้ำท่วมอดข้าวอดน้ำเป็นอันขาด พร้อมทั้งกำชับให้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง หากพบว่าน้ำเข้าท่วมบ้าน ให้เร่งอพยพออกมาในที่ปลอดภัยทันที
ส่วนการระบายน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ หลังจากที่มีการประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำชี ได้มีการระงับขอเพิ่มระบายน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์ โดยให้คงมติเดิมคือให้ระบายได้วันละ 54 ล้านลูกบาศก์เมตร ไปจนถึงวันที่ 19 ตุลาคมนี้ หลังจากนั้นค่อยปรับลดลงตามลำดับในลักษณะขั้นบันได จนเหลือที่ระดับ 50 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ไปจนถึงวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้
ขณะที่จังหวัดมหาสารคาม วานนี้ มวลน้ำชีได้ไหลทะลักข้ามฝั่งท่วมถนนทางหลวงหมายเลข 2391 ส่งผลให้การจราจรเส้นทางดังกล่าวถูกตัดขาดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำดินมาถมทำให้คันกั้นน้ำ ความสูงประมาณ 1.30 เมตร ตั้งแต่บ้านปลาปัด ถึงบ้านสำโรง ต.ยางท่าแจ้ง อ.โกสุมพิสัย ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อให้ชาวบ้านยังสามารถใช้เส้นทางสัญจรได้ แต่ยังไม่สามารถระบุเวลาได้ว่าจะแล้วเสร็จเมื่อไหร่
โดยมวลน้ำดังกล่าวเป็นมวลน้ำที่ไหลมาจากพื้นที่จังหวัดขอนแก่น โดยน้ำจากแม่น้ำชีและน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ ไหลมาบรรจบกันที่บริเวณตำบลบึงเนียม และไหลต่อไปตามเส้นทางแม่น้ำชีเข้ามาที่จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งมวลน้ำชีที่ทะลักข้ามฝั่งมา จะไหลต่อเข้าพื้นที่การเกษตรใน ตำบลยางท่าแจ้ง ตำบลหนองบัว ตำบลเขื่อน อำเภอโกสุมพิสัย และ ตำบลเหล่าบัวบาน อำเภอเชียงยืน
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ได้ประกาศเตือนหลังติดตามสถานการณ์สภาวะอากาศ หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณตอนบนของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ได้เคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลาง คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้น และเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งเวียดนามตอนกลาง ช่วง 13 – 14 ต.ค. ส่งผลให้ในช่วง 14-15 ต.ค.65 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่
โดยพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 13 จังหวัด ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขังระหว่างวันที่ 14 – 15 ต.ค. คือ ชัยภูมิ ขอนแก่น มุกดาหาร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี