ชาวบ้านทนไม่ไหวพังแบริเออร์กั้นน้ำกลางถนน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จ.อ่างทอง ปีนี้น้ำท่วมหนักเกือบทั้งจังหวัด ซึ่งคนในพื้นที่บอกว่าความเสียหายนั้นมากกว่าปี 54 โดยเชื่อว่าเกิดจากการบริหารน้ำผิดพลาด โดยมีการผันน้ำลงด้านฝั่งตะวันตกอย่างแม่น้ำน้อยมากเกินไป แต่ในมุมผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สาเหตุมากจากการที่พนังกั้นน้ำใน จ.สิงห์บุรี พังลงซึ่งน้ำที่ท่วมสูงในบางจุดทำให้ชาวบ้านทนไม่ไหวต้องพังแนวกั้นน้ำ

เหตุการณ์ที่ชาวบ้านหมู่ที่ 1 ต.ป่างิ้ว อ.เมือง จ.อ่างทอง รวมตัวกันพังแนวแบริเออร์กลางถนนสายเอ่างทอง-โพธิ์ทอง หลังมีเจ้าหน้าที่นำมาตั้งไว้เพื่อป้องกันน้ำที่ล้นจากทุ่งลำท่าแดง ไหลบ่าข้ามถนน  ทำให้ระดับน้ำที่ท่วมอยู่ทางด้านฝั่งตะวันออกของถนนเพิ่มปริมาณสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บางจุดสูงกว่า  2 เมตรและยังเพิ่มต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านเกิดความเครียดจนทนไม่ไหวเพราะเหมือนถูกกักอยู่ในน้ำ เพราะบางจุดซึ่งไม่เคยถูกน้ำท่วมมาก่อนระดับน้ำสูงถึง 3 เมตร

ซึ่งภาพรวมปีนี้ จ.อ่างทอง ถูกน้ำท่วมแล้ว 6 อำเภอ จาก 7 อำเภอ ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาที่จังหวัดชัยนาท ลดการระบายน้ำลงต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ 2,983 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที

สาเหตุที่ปีนี้ จ.อ่างทอง ถูกน้ำท่วมหนัก นายชวลิต จันทรรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำ ระบุว่า มาจากการที่พนังกั้นน้ำในจ.สิงห์บุรี พังเป็นแนวยาว ส่งผลให้น้ำหลากมาตามทุ่ง ไม่ได้เข้าระบบอย่างที่ควรจะเป็น

เนื่องจากปริมาณน้ำจากพื้นที่ภาคเหนือลดปริมาณลงแล้ว ทั้งจากแม่น้ำยม แม่น้ำน่าน ทุ่งจังหวัดพิจิตรนครสวรรค์ รวมทั้งเขื่อนเจ้าพระยาก็ลดการระบายลง

นอกจากนี้การแบ่งน้ำไปทางแม่น้ำสุพรรณบุรี แม่น้ำน้อย แม่น้ำลพบุรี  และคลองชัยนาทป่าสัก ก็เป็นตามเกณฑ์และมีแนวโน้มลดลงด้วยอัตราการไหลลดลงเรื่อยๆ 

แต่เมื่อพนังกั้นน้ำที่อยู่เหนือคลองบางหลวงโดดพังลง ทำให้น้ำหลากทุ่งไปเติมน้ำในแม่น้ำน้อย ส่งผลกระทบไปหลายพื้นที่ ทั้งอ่างทอง อยุธยาและสุพรรณบุรี  ซึ่งคาดว่าจะยาวนานถึงกลางเดือนหน้ากว่าจะระบายลงทะเลได้ทั้งหมด 

ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำใน 3 ทุ่ง คือ ทุ่งผักไห่ ทุ่งเจ้าเจ็ด ทุ่งโพธิ์พระยา กำลังปรับตัวกับระดับน้ำในแม่น้ำน้อย คลองบางหลวงโดด คลองบางคลี่ คลองเจ้าเจ็ด-บางยี่หน และคลองบางบาล ซึ่งยังไม่เข้าที่ทำให้บอกได้ยากว่าน้ำพื้นที่ไหนจะเพิ่มหรือลดลงกว่านี้

แต่ในมุมมองของนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และโฆษกพรรคภูมิใจไทย  ระบุ น้ำท่วม จ.อ่างทอง แม้ปริมาณน้ำไม่มากเหมือนปี 54 แต่ความเสียหายนั้นมากกว่า เพราะปี 54 มีน้ำท่วมสูง 3 อำเภอ แต่ปีนี้น้ำท่วมถึง 6 อำเภอมีเพียง อ.สามโก้ ที่ไม่ท่วม

 สาเหตุเชื่อว่าเป็นเพราะการบริหารจัดการน้ำผิดพลาด มีการผันน้ำส่วนใหญ่ไปทางฝั่งตะวันตกที่มีแม่น้ำสองสายคือ แม่น้ำท่าจีนกับแม่น้ำน้อย ในช่วงที่เขื่อนระบายน้ำลงมาวันละประมาณ 3,000 ลูกบาศก์เมตร โดยเฉพาะแม่น้ำน้อยมีการระบายลงมาเกือบ 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเต็มความจุสูงสุดที่จะรับได้แล้ว

 ในขณะที่การฝั่งตะวันออกที่คลองชัยนาทป่าสักที่ประตูมโนรมย์เปิดระบายแค่ 11 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งแตกต่างกัน 20 เท่า เมื่อสอบถามกับหลายหน่วยงานก็ได้คำตอบมาบอกว่า เป็นเพราะบริเวณด้านท้ายของคลองชัยนาทป่าสักก็คือที่ประตูโคกกระเทียม จังหวัดลพบุรี รับน้ำจากเขื่อนป่าสักไว้เต็มที่แล้ว ทั้งมีความจริงต้องบริหารจัดการน้ำทั้ง 2 ฝ่ายให้แบ่งเบาภาระกัน

นายภราดร ยังระบุว่า เมื่อแม่น้ำน้อยทางฝั่งตะวันตกรับน้ำไว้เต็มที่ก็ไหลไปรวมกับคลองโผงเผงที่อยุธยา ที่ต่อเนื่องกับแม่เจ้าพระยา ซึ่งน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยานั้นสูงกว่าแม่น้ำน้อย ทำให้น้ำไหลลงไปไม่ได้ ตรงกันข้ามคือ น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้ไหลย้อนกลับเข้ามาในแม่น้ำน้อยอีก 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมกับน้ำระหว่างทางที่คันกั้นน้ำพัง 8-9 จุด ทำให้แม่น้ำน้อยรับปริมาณน้ำที่ไหลมารวมกัน กว่า 450-500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีไม่ได้ น้ำจึงไหลด้านข้างและเข้าท่วม จ.อ่างทอง อย่างหนัก

การแก้ปัญหา มองว่า ควรลดการระบายน้ำที่แม่น้ำน้อยทางฝั่งประตูบรมธาตุ รวมถึงเขื่อนเจ้าพระยาก็ควรกดบานลง ซึ่งหลายหน่วยงานก็เห็นตรงกัน

แต่ปัญหาอีกอย่าง คือ เมื่อก่อนการตัดสินใจเรื่องน้ำอยู่ที่หน่วยงานเดียว คือ ชลประทานสามารถจัดการตามสถานการณ์ได้เลย  แต่ตอนนี้การตัดสินใจอยู่ที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ หรือ กอนช.ส่วนหน้า  ซึ่งประกอบด้วยหลายหน่วยงาน  และคนที่สั่งการคนสุดท้ายเป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ ทำให้การบริหารจัดการผิดพลาด และล่าช้า

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

ทันโลก express

ทันโลก express

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ