แฉ! คลิปปะทะคารม "ผู้บังคับหน่วย-กำลังพล"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กลายเป็นประเด็นบนโซเชียล หลังมีคลิปวิดีโอเหตุปะทะคารม ระหว่างผู้บังคับหน่วยกับกำลังพล คาดว่าเป็นเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยผู้บังคับบัญชามีการต่อว่าด้วยคำหยาบคาย แถมยังมีการพูดถึงการหักเงินกำลังพลด้วย

คลิปวีดีโอความยาว 4 นาที 23 วินาที ที่ถูกบันทึกด้วยโทรศัพท์มือถือ ระหว่างการรวมแถวของเจ้าหน้าที่ เพื่อรับฟังนโยบายของผู้บังคับบัญชา คาดว่าเป็นหน่วยกำลังพล ไม่ทราบหน่วย ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ในคลิปมีเสียงที่คาดว่าเป็นผู้นำหน่วยพูดคุยกับกำลังพล เท่าที่จับใจความได้เป็นการตำหนิกำลังพล ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของผู้บังคับบัญชา ซึ่งในบางช่วงก็มีการต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรงและหยาบคาย จนทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาบางคนทนไม่ได้ ตอบโต้กลับเช่นกัน

แต่ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ผู้นำหน่วยคนนี้ได้พูดถึงเรื่องเงินบางอย่าง ที่บอกว่านายเพิ่งให้ไว้  โดยบอกว่าจริง ๆ เป็นอำนาจของนายสถานีที่เขาจะฮุบใส่กระเป๋าไว้ก็ได้ พร้อมกับยกตัวอย่างที่อื่นๆ ที่ผู้บังคับบัญชาเก็บเอาไว้เอง  หลังคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไปก็กลายเป็นประเด็นสงสัยถึงเรื่องเงินที่ถูกพูดถึงดังกล่าว

ทีมข่าวได้ลองสอบถามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เป็นตำรวจชั้นผู้น้อย ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  ถึงกรณีเงินที่มีการพูดถึงกันในคลิปแหล่งข่าวแจกแจงให้ฟังว่า โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติหน้าที่ตามฐานปฎิบัติการต่างๆ จะได้รับเงินเดือนตำรวจสายปรามปราม  หากเป็นยศสิบตำรวจตรี จะอยู่ที่ 10,760 บาท บวกค่าครองชีพ 2,000 บาท และเงินประจำตำแหน่งสายปราบปราม 3,000 บาท  รวมทั้งสิ้นประมาณ 15,760 บาท

ส่วนเงินพิเศษที่จะได้รับในขณะที่ปฎิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็จะได้รับเบี้ยเสี่ยงภัย 2,500 บาทต่อเดือน เบี้ยเลี้ยง 6,000 ถึง 7,000 บาท แล้วแต่ว่าอยู่ในพื้นที่ไหน  และเงินพิเศษสู้รบ หรือเงิน พสร.  ส่วนนี้ก็ขึ้นอยู่กับอัตราของเงินเดือนแต่ละคน  โดยเงินทั้งหมดนี้ จะโอนเข้าบัญชี

สำหรับเงินเบี้ยเลี้ยงที่มักจะมีปัญหาบ่อย ๆ ก็คือเป็นเงินที่ได้รับสนับสนุนจากหน่วยงานอื่น ที่ได้เป็นเงินก้อนมา แล้วทางหัวหน้าหน่วยจะนำมาแบ่งให้กับเจ้าหน้าที่ ที่ปฎิบัติหน้าที่ภายในฐาน ซึ่งหัวหน้าหน่วยบางคนก็น้ำมาจัดสรรอย่างเท่าเทียม แต่บางคนก็เก็บเอาไว้เองก็จะไม่มีปัญหาว่าเงินไม่ถึงผู้ปฏิบัติงาน

ล่าสุดการตรวจสอบ พบว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม เบื้องต้น มีการย้ายผู้บังคับหน่วยดังกล่าวไปปฏิบัติราชการที่ทำการเฉพาะกิจหน่วยปฏิบัติการพิเศษนราธิวาสแล้ว และแต่งตั้งคณะกรรมการฯ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม และรวดเร็ว

หากพบความผิด หรือ พาดพิงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับกรณีคลิปดังกล่าว ก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด.

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ