ตามข้อมูลจาก กรมพัฒนาธุรกิจ ระบุว่า มีการจดทะเบียนนำต้นไม้มาเป็นหลักประกันทั้งสิ้น 146,282 ต้น เป็นจำนวนเงินค้ำประกัน 137,117,712 บาท โดยปัจจุบัน ราคาคาร์บอนเครดิตได้ขยับตัวขึ้นสูงไปถึง 120 บาท/ตันคาร์บอนไดออกไซด์ และคาดว่าจะขยับตัวสูงขึ้นไปอีกเรื่อยๆ
ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ประชาชนที่มีที่ดินและต้องการปลูกต้นไม้ สามารถขอรับกล้าไม้ได้ฟรีที่กรมป่าไม้ ซึ่งปัจจุบันมีไม้ยืนต้นที่สามารถเป็นหลักประกันได้ 58 ชนิด ได้แก่
1.ตะเคียนทอง / 2.ตะเคียนหิน / 3.ตะเคียนชันตาแมว / 4.ไม้สกุลยาง (ไม่รวมยางพารา) / 5.สะเดา / 6.สะเดาเทียม / 7.ตะกู / 8.ยมหิน / 9.ยมหอม /10.นางพญาเสือโคร่ง
11.นนทรี /12.สัตบรรณ /13.ตีนเป็ดทะเล /14.พฤกษ์ / 15.ปีบ / 16.ตะแบกนา / 17.เสลา / 18.อินทนิลน้ำ / 19.ตะแบกเลือด / 20.นากบุด /
21.ไม้สัก / 22.พะยูง / 23.ชิงชัน / 24.กระซิก / 25.กระพี้เขาควาย /26.สาธร / 27.แดง / 28.ประดู่ป่า / 29.ประดู่บ้าน / 30.มะค่าโมง
31.มะค่าแต้ / 32.เคี่ยม / 33.เคี่ยมคะนอง / 34.เต็ง /35.รัง /36.พะยอม 37ไม้สกุลจำปี (จำปีสิรินธร จำปีป่า จำปีถิ่นไทย จำปีดง จำปีแขก จำปีเพชร)
38.แคนา /39.กัลปพฤกษ์ /40.ราชพฤกษ์ /41.สุพรรณิการ์
42.เหลืองปรีดียาธร /43.มะหาด /44.มะขามป้อม 45.หว้า /46.จามจุรี /47.พลับพลา /48.กันเกรา /49.กะทังใบใหญ่ 50.หลุมพอ 51.กฤษณา
52.ไม้หอม 53.เทพทาโร 54.ฝาง 55.ไผ่ทุกชนิด 56.ไม้สกุลมะม่วง /57.ไม้สกุลทุเรียน /58.มะขาม
อยากปลูกต้องทำอย่างไร
สามารถรับ กล้าไม้ฟรี ได้ที่ เว็บไซต์หน่วยงานส่วนผลิตกล้าไม้ https://www.forest.go.th/nursery/
ขั้นตอนการขอรับกล้าไม้ คือ
ประชาชนทั่วไป เตรียม บัตรประจำตัวประชาชน และ สำเนาสิทธิถือครองที่ดิน หน่วยงานภาครัฐ/เอกชน
1.1 หนังสือจากหน่วยงาน
1.2 รายละเอียดโครงการ (กรณีขอรับกล้าไม้จำนวนมาก)
2.ไปที่ที่ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ หรือ สถานีเพาะชำกล้าไม้ใกล้เคียง เพื่อยื่นคำขอ
3.รับกล้าไม้ พร้อมรับคำแนะนำข้อมูลทางวิชาการ รับกล้า
4.ตรวจติดตาม เจ้าหน้าที่สุ่มตรวจติดตามผล ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของ ผู้มาขอรับกล้าไม้
โดยหน่วยงานที่แจกจ่ายกล้าไม้
ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ แจกจ่ายให้ประชาชนทั่วไป 5,000 ต้นต่อปี ให้หน่วยงาน 20,000 ต้นต่อปี
สถานีเพาะชำกล้าไม้ ประชาชนทั่วไป 1,000 ต้นต่อปี ให้หน่วยงาน 10,000 ต้นต่อปี